
การละเมิดลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพ
แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเร่งออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ ที่เรียกว่า มัสต์ แครี รูล (Must Carry Rule) โดยมีผลบังคับใช้เมื่อ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดโอลิมปิกในวันที่ 27 ก.ค.
แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเร่งออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป หรือ ที่เรียกว่า มัสต์ แครี รูล (Must Carry Rule) โดยมีผลบังคับใช้เมื่อ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดโอลิมปิกในวันที่ 27 ก.ค.
แต่ในช่วงต้นของการถ่ายทอดสด ก็มีสถานการณ์จอดำเกิดขึ้นทั้งการรับชมผ่านกล่องรุ่นเก่าของพีเอสไอที่ไม่สามารถเข้ารหัสได้ มีประมาณ 1.52 ล้านกล่องทั่วประเทศ ขณะที่กล่องจีเอ็มเอ็มแซท ก็จอดำ เพราะต้องเปลี่ยนช่องรับความถี่ใหม่ ทำให้มีการตีความว่า เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ในฐานะผู้ดูแลกฎหมายลิขสิทธิ์ จึงได้จัดเสวนา “ถ่ายทอดสดกีฬาอย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์” โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่ง พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รอง ประธานคณะกรรมการ กสทช. ยืนยันว่า กฎหมายนี้ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะได้เขียนในข้อ 7 ของประกาศฉบับนี้ว่า การดำเนินการเพื่อให้บริการโทรทัศน์ตามประกาศนี้อยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์
“อย่าไปตีความกฎหมายให้มาก ประกาศฉบับนี้ต้องการรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงฟรีทีวี ซึ่งเป็นบริการพื้นฐาน เมื่อเป็นฟรีทีวี ต้องรับชมได้ทุกที ส่วนที่ยังมีปัญหาจอดำ คือการรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณรุ่นเก่า ที่ไม่สามารถเข้ารหัสสัญญาณได้ส่วนผู้ให้บริการโครงข่ายต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นเพียงเสาอากาส ส่งผ่านสัญญาณไปสู่ประชาชน โดยไม่มีการดัดแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น” พ.อ.นทีกล่าว
ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า กรมฯ ได้ร่วมกับคณะกรรมการ กสทช. ดูแลกฎหมายในการถ่ายทอดกีฬาไม่ให้ละเมิดลิขสิทธิ์ โดย กสทช. จะดูในแง่กฎหมายมหาชน ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะดูในแง่กฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในอนาคต และให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก
“เป็นห่วงว่า กสทช. อาจถูกเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ทั้งทางแพ่ง และอาญา ตลอดจนถูกเรียกค่าเสียหาย จากการที่ กสทช. ออกประกาศซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตในการถ่ายทอดจากเจ้าของสิทธิ์ต้องเผยแพร่ภาพกระจายเสียงให้กับฟรีทีวีในทุกช่องทาง”ปัจฉิมากล่าว
ทั้งนี้ อยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ โดยยืนยันไม่ได้เข้าข้างเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต แต่ต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กรมฯเพียงต้องการเตือนให้ระวังการถูกฟ้องร้องเท่านั้น ไม่ได้ต้องการกีดกันทางการค้าแต่อย่างใด เพราะหากไทยถูกแบนจากต่างชาติ ก็ส่งผลต่อการทำการค้าของไทยในอนาคตได้ขณะเดียวกัน กสทช.ควรจัดทำคู่มือประกอบว่าการกระทำลักษณะใด ไม่เข้าข่ายละเมิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งมีคำที่เกี่ยวข้อง คือ การ ออกอากาศแบบ Pass Through หรือส่งผ่านไปยังเครื่องรับ การจัดทำโสตทัศนวัสดุภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพการแพร่เสียงแพร่ภาพซ้ำ
นอกจากนี้ พ.อ.นที ได้เสนอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญามาร่วมกันจัดทำรายการที่ไม่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ หรือ None Excusive List ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาที่คนไทยมีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันและคนไทยควรได้ดู เช่น ฟุตบอลโลก เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ โอลิมปิก ซึ่งจะสามารถแพร่เสียงแพร่ภาพโดยไม่ต้องกังวลกับการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยคาดว่าจัดทำออกได้ในช่วงต้นปีหน้า
ขณะที่ เดียว วรตั้งตระกูล กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจแพลตฟอร์ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท กล่าวว่า กฎมัสต์ แครี ทำให้ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์เผยแพร่คอนเทนต์ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ มิวสิก วิดีโอ ราคาจะแพงมาก ซึ่งอาจนำไปสู่ระบบเพย์ ทีวี ที่ต้องจ่ายเงิน จึงไม่แน่ใจว่าจะดีต่อผู้บริโภค
ด้าน กรรณิการ์ กิจติเวชกุล กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ผู้ประกอบการพยายามทำให้เป็นโมเดลธุรกิจว่า ฟรีทีวี ต้องรับชมผ่านหนวดกุ้ง ก้างปลา ซึ่งเป็นการสร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่ประชาชนรับชมรายการโทรทัศน์ฟรีทีวีผ่านดาวเทียมมาเป็นสิบปี ฉะนั้นแม้รัฐธรรมนูญจะรองรับสิทธิในทรัพย์สินของเอกชน แต่ไม่ใช่จะนำกฎหมายนั้นมาใช้ขี่หัวชาวบ้าน
นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากกรณีเกิดปัญหาจอดำ แม้จะมีประกาศหลักเกณฑ์มัสต์ แครี มาบังคับใช้แล้วก็ตาม แต่ก็ถือว่ายังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะแก้ปัญหาจอดำในระยะยาว







