
อุ้มสมุนไพรขึ้นตำรับยารับเออีซี
กองทุนเอฟทีเอโดดอุ้มอุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทย รับมือเปิดเสรีอาเซียน เตรียมผลักดันเข้าสู่ตำรับยาครีมไพลสกัด
กองทุนเอฟทีเอโดดอุ้มอุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทย รับมือเปิดเสรีอาเซียน เตรียมผลักดันเข้าสู่ตำรับยาครีมไพลสกัด
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าในกรอบอาเซียน (อาฟตา) ทำให้อุตสาหกรรมยาสมุนไพรของไทยจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้สามารถแข่งขันได้
ดังนั้น โครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้า (กองทุนเอฟทีเอ) จึงได้อนุมัติความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยาสมุนไพรไทย เพื่อลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยจะเข้าไปผลักดันให้มีการพัฒนาให้ได้ตำรับยาครีมไพลสกัด ที่มีประสิทธิผลทางคลินิก
พร้อมกันนี้จะพัฒนาตำรับยาสมุนไพรในบัญชียาหลัก 2554 จำนวน 8 ตำรับ ได้แก่ ตำรับยาเบญจกุล ตำรับยาไฟประลัยกัลป์ ยาตรีผลา ยาสหัศธารา ยาประสะจันทน์แดง และยาริดสีดวงมหากาฬ ยาธาตุบรรจบ และยาประสะไพล เพื่อให้ใช้รักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิผล
ขณะเดียวกันยังเร่งผลักดันให้ภาคเอกชนและภาครัฐที่อยู่ในอุตสาหกรรมผลิตยาสมุนไพร และผู้ผลิตยาสมุนไพรในโรงพยาบาล มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งด้านการผลิตและควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร โดยผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต เพื่อให้ยาสมุนไพรที่ได้มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนด ลดการนำเข้ายานอก
นอกจากนี้ ยังผลักดันให้โรงพยาบาลและประชาชนรู้จัก และส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรค และปกป้องตลาดยาภายในประเทศ ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้ยาสมุนไพรของไทยสามารถแข่งขันได้กับยาสมุนไพรจากจีน อาหารเสริมสมุนไพรจากยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐ ซึ่งหลังจากที่รวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จะมียาประเภทดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในอาเซียนได้สะดวกและง่ายขึ้นกว่าเดิม
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ปี 2552 กองทุนเอฟทีเอ สนับสนุนเงินทุนเพื่อเตรียมตัวรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้กับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยผลการศึกษาในเบื้องต้น พบว่า สาขาที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการรุกตลาดอาเซียน ได้แก่ เครื่องสำอางสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สปา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากสมุนไพร จะต้องยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ส่งเสริมการตลาด และผลักดันเข้าสู่ตลาด กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม ผลจากการให้ความช่วยเหลือมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 60 โรงงานยาบาลที่ได้ร่วมสัมมนา 198 แห่ง







