posttoday
รัฐวุ่นหาแหล่งปิโตรฯสำรองรับมือพลังงานขาดแคลน

รัฐวุ่นหาแหล่งปิโตรฯสำรองรับมือพลังงานขาดแคลน

26 กรกฎาคม 2555

เป้าหมายการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 ของกระทรวงพลังงาน ต้องเลื่อนออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ในเดือน ก.ค.นี้ ไปอยู่ในช่วงต้นปี 2556 ภายหลังเกิดการร้องเรียนจากกลุ่มเอ็นจีโอให้ทบทวนอัตราผลตอบแทนที่ภาครัฐได้รับต่ำเกินไปไม่เหมาะสม

เป้าหมายการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 ของกระทรวงพลังงาน ต้องเลื่อนออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ในเดือน ก.ค.นี้ ไปอยู่ในช่วงต้นปี 2556 ภายหลังเกิดการร้องเรียนจากกลุ่มเอ็นจีโอให้ทบทวนอัตราผลตอบแทนที่ภาครัฐได้รับต่ำเกินไปไม่เหมาะสม

หลายฝ่ายเกิดความเป็นห่วงว่า หากประเทศไทยไม่มีการจัดหาแหล่งพลังงานในประเทศรองรับไว้ใช้ในอนาคตจะทำให้เกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง

ทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องมองหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่รองรับกับความต้องการใช้พลังงานของประเทศที่มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 3% เนื่องจากการจัดหาปิโตรเลียมเริ่มมีสัดส่วนลดลงจาก 44% ของความต้องการใช้พลังงานของประเทศเหลือ 18% ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2565

การจัดหาปิโตรเลียมของไทยระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2555 มีปริมาณ 8.61 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน แยกเป็น ก๊าซธรรมชาติ 3,599 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต) ต่อวัน ก๊าซธรรมชาติเหลว 9.21 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และน้ำมันดิบ 1.5 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยคาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานขั้นต้นในอนาคตของประเทศที่เติบโตปีละ 3% จากขณะนี้มีความต้องการอยู่ที่ 1.9 ล้านบาร์เรล และจะเพิ่มเป็น 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2565 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติให้ความสำคัญกับการจัดหาก๊าซธรรมชาติระยะยาวให้เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยพยายามรักษาระดับการจัดหาก๊าซให้อยู่ที่ 3,602 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน อย่างน้อยไปอีก 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2560

เพราะหลังจากนั้นสัดส่วนการผลิตก๊าซธรรมชาติในแต่ละแหล่งจะเริ่มลดลง โดย บริษัท ปตท. ต้องดำเนินการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ในเฟส 2 อีก 5 ล้านตัน เข้ามารองรับ แต่ก็ต้องเจอกับราคานำเข้าแอลเอ็นจีที่สูงกว่าราคาก๊าซธรรมชาติที่ผลิตในประเทศเกือบเท่าตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้

ความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นทำให้กระทรวงพลังงานต้องวางแผนในการจัดหาแหล่งพลังงานในอนาคตให้ชัดเจน ซึ่งกำหนดกรอบการดำเนินงานไว้ 3 แนวทาง คือ 1.การเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ครั้งที่ 21 ซึ่งกำหนดไว้ทั้งหมด 22 แปลงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะมีศักยภาพในการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ 15 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน และน้ำมันในระดับ 1020 ล้านบาร์เรลต่อวัน

2.การเพิ่มสัดส่วนซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับสหภาพพม่า จากปัจจุบันที่มีการจัดซื้ออยู่ที่ระดับ 1,100 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน เนื่องจากการวางระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติระหว่าง 2 ประเทศรองรับปริมาณจัดส่งก๊าซธรรมชาติได้ถึง 2,000 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน ซึ่งควรใช้ศักยภาพตรงนี้ให้เต็มที่ และ 3.การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างการกำหนดกรอบการเจรจาของกระทรวงต่างประเทศ

ในระยะยาวไทยอาจต้องเสี่ยงกับการจัดหาพลังงานในประเทศ เพราะจากกำลังการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ จึงจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานรองรับไว้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการหาแหล่งปิโตรเลียมในประเทศ แต่ต้องมองหาพันธมิตรด้านพลังงานกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ด้าน สุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากการลงนามความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างรัฐบาลไทยพม่า จะทำให้โครงการต่างๆ ที่ได้มีการตกลงกรอบเอ็มโอยูมีความก้าวหน้าที่ดีขึ้น เนื่องจากพม่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านพลังงานค่อนข้างสูง

สำหรับโครงการลงทุนของ กฟผ.ในพม่า มอบหมายให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ดำเนินการ มี 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสาละวินตอนบน (มายตง) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ 7,000 เมกะวัตต์ ล่าสุดเตรียมที่จะกำหนดการเสนออัตราซื้อขายไฟฟ้า 2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัจยี มีกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 1,360 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังสนใจเข้าไปลงทุนเหมืองถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่าเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งพลังงานให้กับไทยแล้ว ยังเป็นโอกาสน่าลงทุน เนื่องจากพม่าอยู่ในช่วงของการเปิดประเทศ ดังนั้นความต้องการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวจะเริ่มสูงขึ้นแม้ปัจจุบันการใช้ไฟฟ้าจะอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าไทยถึง 10 เท่า แต่ถ้าเศรษฐกิจพม่าเริ่มขยายตัว จำเป็นต้องจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการด้วย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน