
บ้านเมืองนนท์เหลือขายเพียบ
พิษน้ำท่วมคาด3-4ปีขายหมดแต่ราคาไม่ตกหลังค่าจ้างแพง
พิษน้ำท่วมคาด3-4ปีขายหมดแต่ราคาไม่ตกหลังค่าจ้างแพง
ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้ โครงการแนวราบเมืองนนท์ยังน่าห่วง หลังน้ำท่วมยอดซื้อหดตัว คาดใช้ 3-4 ปี กว่าจะขายหมด ในการขายถึงจะดูดซับหมด จากช่วงปกติใช้เวลา 1 ปีครึ่ง โซนบางบัวทอง บางใหญ่ อ่วมหนัก
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “ตลาดบ้านในจังหวัดนนทบุรี” ว่า ตลาดโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบใน จ.นนทบุรี ยังน่าเป็นห่วง หลังเจอเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปีก่อน ทำให้ยอดซื้อหดตัว ซึ่งอาจต้องใช้เวลานาน 3-4 ปีในการขายจึงจะดูดซับหมด จากปกติที่ใช้เวลา 1 ปีครึ่ง โดยเฉพาะทำเลบางบัวทอง บางใหญ่ มีจำนวนหน่วยก่อสร้างเสร็จ 5,425 หน่วย และ 5,053 หน่วย ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยก่อสร้างเสร็จทั้งจังหวัดที่มีอยู่ 1.91 หมื่นหน่วย
ร.อ.กรี เดชชัย ประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า กำลังซื้อบ้านใน จ.นนทบุรี หากเปรียบเทียบก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมนั้น ปัจจุบันกลับมาเพียง 7080% แต่มั่นใจว่าในครึ่งปีหลังน่าจะกลับมาเป็นปกติ ขณะที่ผลจากน้ำท่วมไม่ได้ทำให้ราคาที่ดินถูกลง กลับทำให้ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้นจากค่าจ้างและราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า พื้นที่ จ.นนทบุรี ถือเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯ แล้ว และถือเป็นจังหวัดที่มีจุดเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ มากกว่า จ.ปทุมธานี ซึ่งการตัดถนนสายใหม่อย่างถนนราชพฤกษ์ ทำให้บ้านแพงระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไปเกิดขึ้น นอกจากนี้ศักยภาพในการพัฒนาโครงการนั้นยังมีอยู่อีกมาก หลังจาก มีการก่อสร้างศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจภาคสนามของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงปลายปี 2554 พบว่ามีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย ที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย มีทั้งสิ้นประมาณ 4.59 หมื่นหน่วย แบ่งเป็นโครงการจัดสรรแนวราบประมาณ 3.43 หมื่นหน่วย และอาคารชุดประมาณ 1.16 หมื่นหน่วย
ทั้งนี้ประเภทบ้านจัดสรร หน่วยที่อยู่ระหว่างการขายประมาณ 3.43 หมื่นหน่วย จากจำนวน 160 โครงการ มีมูลค่าโครงการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 1.26 แสนล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 1.95 หมื่นหน่วย มูลค่าที่ขายได้ประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท เหลือขายประมาณ 1.48 หมื่นหน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 5.82 หมื่นล้านบาท
ระดับราคาบ้านจัดสรรใน จ.นนทบุรี อยู่ที่ 34.99 ล้านบาท มากที่สุดถึง 39% และระดับราคา 22.99 ล้านบาท ประมาณ 25% ส่วนหน่วยบ้านจัดสรรราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป มี 15% ด้านสถานะของการก่อสร้างพบว่ามีหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 5,400 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 9,700 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 1.92 หมื่นหน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จมีเหลือขายหรือเป็นบ้านว่าง ประมาณ 1,400 หน่วย
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 15 โครงการ จำนวนหน่วยรวมกันประมาณ 2,400 หน่วย ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน อ.เมือง และบางกรวย
สำหรับโครงการประเภทอาคารชุด หน่วยที่อยู่ระหว่างการขายมีประมาณ 1.16 หมื่นหน่วย มาจาก 21 โครงการมีมูลค่าโครงการรวมกันประมาณ 2.11 หมื่นล้านบาท ขายได้แล้วประมาณ 6,800 หน่วย มูลค่าที่ขายได้ประมาณ 1.16 หมื่น ล้านบาท เหลือขายประมาณ 4,800 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมกันประมาณ 9,500 ล้านบาท
ทั้งนี้โครงการอาคารชุดในจ.นนทบุรีโครงการกระจายทุกขนาด ตั้งแต่ขนาดต่ำกว่า 80 หน่วยของผู้ประกอบการรายย่อย ขึ้นไปมากกว่า 1,000 หน่วยของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นโครงการที่เปิดขายตั้งแต่ปี 2553 และมีขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 35 ตร.ม. มาถึง 75% ของหน่วยทั้งหมด ระดับราคาขายอยู่ที่ระดับราคา 11.99 ล้านบาท มากถึงร้อยละ 58 และอยู่ที่ระดับราคา 22.99 ล้านบาท ร้อยละ 22 ส่วนห้องชุดราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทร้อยละ 13 อย่างไรก็ตามในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 มีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 8 โครงการ จำนวนหน่วยรวมประมาณ 6,200 หน่วย อยู่ในอ.ปากเกร็ดและอ.เมืองนนทบุรี







