
‘CPF’ปัดเพิ่มทุน-บิ๊กทิ้งหุ้น
ฐานะปึ้กภัยแล้งไม่กระทบวงในชี้ดัมพ์ราคาไก่ฉุดหุ้นดิ่ง
ฐานะปึ้กภัยแล้งไม่กระทบวงในชี้ดัมพ์ราคาไก่ฉุดหุ้นดิ่ง
“ซีพีเอฟ” ปฏิเสธทุกข่าวลือทำหุ้นร่วง ทั้งเพิ่มทุนผู้บริหารขายหุ้น ภัยแล้งสหรัฐ ด้านราคาหุ้นในตลาดต่ำสุดรอบ 8 เดือน วงในชี้ยักษ์ใหญ่ดัมพ์ราคาไก่ ฉุดทั้งอุตสาหกรรมดิ่ง
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า บริษัทไม่มีแผนเพิ่มทุนแต่อย่างใด เนื่องจากกระแสเงินสดของบริษัทยังคงมีเพียงพอในการลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการ และบริษัทอยู่ระหว่างการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อระดมทุนมาใช้คืนเงินกู้เดิม ซึ่งบริษัทได้มีการดำเนินการระดมทุนผ่านหุ้นกู้เป็นแนวทางหลักทุกปีอยู่แล้ว
สำหรับกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการขายหุ้นโดยผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้บริหารนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปกติ เพราะหากมีการขายหุ้นออกมาจะต้องมีการรายงานตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งในส่วนนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ตลาดหลักทรัพย์
ด้านภัยแล้งที่เกิดขึ้นในสหรัฐ ที่ส่งผลให้ราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองในตลาดโลกสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้ราคาอาหารสัตว์สูงตามไปด้วยนั้น ยืนยันว่าส่งผลกระทบต่อราคาในประเทศไม่มาก เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดไทยสามารถผลิตได้เพียงพอกับการใช้ และข้าวโพดฤดูใหม่ก็กำลังจะออกในเดือน ส.ค.นี้แล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของกากถั่วเหลือง เป็นวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจึงส่งผลกระทบต่อราคาทันที โดยราคาจากโรงสกัดน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นมาถึงกิโลกรัมละ 20.80 บาท แต่สำหรับ CPF ได้มีการซื้อล่วงหน้าไปก่อนแล้ว จึงมีผลกระทบไม่มาก
นายอดิเรก กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจในปีนี้ต้องถือว่าเป็นปีที่ยากกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศไทย ที่ส่งผลให้กำลังซื้อหดตัวลงไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่เคยคาดไว้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้น่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจในระยะสั้นเท่านั้น ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก บริษัทยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะมียอดขายกว่า 6 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า
แหล่งข่าวจากวงการอาหาร เปิดเผยว่า สาเหตุที่ราคาหุ้น CPF ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาไก่สดแช่แข็งในปัจจุบันปรับตัวลดลงมากจากระดับ 40 บาทต่อกิโลกรัม ในช่วงต้นปี เหลือ 34 บาทต่อกิโลกรัม ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการเริ่มขาดทุน เนื่องจากมีต้นทุนผลิตอยู่ที่ประมาณ 35-37 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาเนื้อหมูก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน จากระดับ 65 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 55 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับต้นทุนที่ 55-57 บาทต่อกิโลกรัม
“สาเหตุที่ราคาไก่ลดลงเร็วมาก เป็นเพราะมีผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายเพิ่มกำลังผลิตไก่จำนวนมาก เพื่อหวังส่งออกไปสหภาพยุโรปในวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าตามเกณฑ์ของสหภาพยุโรปให้เริ่มส่งออกโดยนับจากวันเริ่มเลี้ยงไก่ หรือส่งออกล็อตแรกได้หลังจากอนุญาต 45 วันทำการ ทำให้ขณะนี้ผู้ประกอบการที่ผลิตไก่ออกมาจำนวนมากยังไม่สามารถส่งออกได้ จึงนำมาดัมพ์ราคาขายในประเทศ” แหล่งข่าวเปิดเผย
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะเริ่มส่งออกไก่ไปสหภาพยุโรปได้ในช่วงต้นไตรมาส 4 ปีนี้ และคงต้องใช้เวลาหลังจากนั้นอีกระยะเพื่อดูดซับปริมาณไก่ในตลาดก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงไตรมาส 23 ปีนี้ ผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันยังคงอ่อนตัวลงต่อเนื่อง







