
ปตท.สผ.สัญญากำไรสูงปันผลแจ่ม
ส่อขายเพิ่มทุนสูงกว่า151บาททุนโตขยายธุรกิจโตก้าวกระโดด
ส่อขายเพิ่มทุนสูงกว่า151บาททุนโตขยายธุรกิจโตก้าวกระโดด
“PTTEP” มั่นใจกำไรโต แจกปันผลสูงให้กับผู้ถือหุ้น ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น เป้าขาย 2.8 แสนบาร์เรล
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทมีความมั่นใจว่ายังมีความสามารถในการสร้างกำไรในระดับที่ดี และสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้ดีเหมือนที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 650 ล้านหุ้นก็ตาม
บริษัทมีทุนใหญ่ขึ้น กิจการก็จะเติบโตขึ้นตาม เพราะเงินที่ได้จะนำไปใช้ขยายการลงทุนเพื่อให้กิจการเติบโตตามเป้าหมายในปี 2563 จะมีกำลังผลิต 9 แสนบาร์เรล จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 แสนบาร์เรล
“เงินเพิ่มทุนที่ต้องการครั้งนี้ประมาณ 9.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายหุ้นในราคาหุ้นละ 151 บาท ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กัน เพราะราคาขายจะกำหนดจากการสำรวจความต้องการหรือบุ๊กบิวจากนักลงทุน ซึ่งหากได้ราคาดีก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนถึง 650 ล้านหุ้น และหุ้นเพิ่มทุนนี้จะให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม แทบจะไม่มีผลต่อการลดลงของส่วนผู้ถือหุ้น”
ทั้งนี้ การขายหุ้นเพิ่มทุนจะสำเร็จในช่วงต้นเดือน พ.ย. และก่อนงบไตรมาส 3 ประกาศ ถ้าช้ากว่านี้ต้องยื่นข้อมูลใหม่จะยุ่งยาก
ผลดำเนินงานงวดครึ่งแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้รวม 1.01 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% และมีกำไรสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่งวดไตรมาส 2 ปีนี้มีกำไรสุทธิ 7,733 ล้านบาท ลดลง 32% เพราะต้นทุนในการดำเนินการของโครงการพีทีทีอีพีออสเตรเลียสูงขึ้น และบริษัทจะเลื่อนการผลิตไปเป็นช่วงปลายไตรมาส 4 นี้
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้จ่ายปันผลงวดครึ่งปีในอัตราหุ้นละ 2.80 บาทต่อหุ้น หรือจ่ายในอัตรา 35% ของกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีที่ผ่านมาที่จ่ายปันผลหุ้นละ 2.61 บาท
สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังมั่นใจว่ายังดี เพราะบริษัทจะมีกำลังผลิตจากแหล่งบงกชใต้ ซึ่งมีกำลังผลิตสูงสุดได้ถึง 900-1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โครงการที่เวียดนามและแคนาดาที่มีกำลังผลิตสูงสุด 2.1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ก็ยังเชื่อว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งครึ่งปีแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 64.47 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ และคาดว่าทั้งปีปริมาณการขายจะยังเป็นตามเป้าหมายที่ 2.8 แสนบาร์เรล
ความคืบหน้าในการซื้อบริษัท โคฟ เอนเนอร์ยี นั้น วันที่ 25 ก.ค.นี้ เป็นวันสุดท้ายของบริษัท เชลล์ ที่เสนอซื้อที่ 220 เพนซ์ต่อหุ้น และถ้าไม่มีผู้ซื้อรายที่ 3 เสนอราคาใหม่ในวันสิ้นเดือนนี้ ก็จะรู้ผลว่าการซื้อจะสำเร็จหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ ปตท.สผ. คือผู้เสนอซื้อที่ให้ราคาสูงสุด การซื้อโคฟทำให้ PTTEP มีปริมาณสำรองปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น และมีโอกาสเข้าไปในแหล่งปิโตรเลียมน้ำลึกในระดับ 1,000 เมตรขึ้นไป ซึ่งสามารถนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญไปใช้ในพม่าได้ เพราะยังมีแหล่งสัมปทานน้ำลึกอีกมาก และเป็นการเข้าสู่ธุรกิจ LNG ที่มีราคาที่ดีได้
น.ส.เพ็ญจันทร์ จริเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินและบัญชีองค์กร ปตท.สผ. กล่าวว่า มีเงินพร้อมซื้อโคฟแล้วเป็นเงินกู้ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และที่เหลือเป็นเงินสดจากการดำเนินงาน
การเพิ่มทุนจะนำเงินไปขยายธุรกิจ หรืออาจนำไปรีไฟแนนซ์หนี้เพื่อลดต้นทุน ปัจจุบันบริษัทได้ยืดอายุเงินกู้วงเงิน 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้ยาวขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 3 ปี เป็น 8 ปี







