posttoday
สินค้าแพงต้องแก้ให้ถูกจุด

สินค้าแพงต้องแก้ให้ถูกจุด

23 กรกฎาคม 2555

อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. นอกจากจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นแล้ว

โดย...รุจิระ บุนนาค

อากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. นอกจากจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังทำให้กระเป๋าสตางค์ของคนไทยส่วนใหญ่ร้อนตามไปด้วย จากการที่ต้องใช้เงินจับจ่ายซื้อสินค้าหรือของใช้ในราคาที่แพงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนอาจกล่าวได้ว่า “ยุคข้าวยากหมากแพง” กำลังกลับมาอีกครั้ง

จนถึงขณะนี้สภาวะสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง คงไม่ใช่สิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่คิดไปเอง เหมือนที่ใครบางคนเคยบอก เนื่องจากผู้ที่รับผิดชอบในทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับนโยบาย เช่น รมว.พาณิชย์ ลงมาถึงภาคปฏิบัติอย่างเช่น ปลัดกระทรวงพาณิชย์ หรืออธิบดีกรมการค้าภายใน ต่างก็ออกมายอมรับว่า ขณะนี้สินค้าอุปโภคบริโภคอยู่ในสภาวะที่แพงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาจริง

นอกจากปัจจัยเกี่ยวกับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน 300 บาท และการประกันรายได้ขั้นต่ำของผู้จบปริญญาตรีไว้ที่ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลใช้หาเสียงในการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ราคาสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าอุปโภคและบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งที่ในความเป็นจริง นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำและอัตราเงินเดือนใหม่ของผู้จบปริญญาตรียังมิได้มีการบังคับใช้ทั่วประเทศ เพียงแต่รัฐบาลประกาศว่าจะดำเนินนโยบายตามที่เคยหาเสียงไว้ ราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันต่างก็ทยอยกันปรับราคาขึ้น โดยที่รัฐบาลไม่อาจเข้ามาจัดการหรือชะลอการขึ้นราคาเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนได้มากนัก

มีคำกล่าวทางเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับบทบาทของรัฐในการเข้าแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเอกชนว่า “แม้ภาครัฐของประเทศเศรษฐกิจเสรีจะมีกลไกรัฐที่มีประสิทธิภาพมากเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าอย่างเบ็ดเสร็จ” และแม้ภาครัฐไทยจะมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าบริโภคมานาน แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าไม่สามารถควบคุมได้อย่างจริงจังก็ตาม แต่ภาระหน้าที่พื้นฐานอันสำคัญประการหนึ่งของรัฐก็คือ การทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ดังนั้นไม่ว่าปัญหาทางเศรษฐกิจจะหนักหนาสักเพียงใด ก็ย่อมเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา

เมื่อข้อเท็จจริงที่ว่าสินค้ามีราคาแพงขึ้นอย่างมากได้ปรากฏขึ้นทั่วไป มาตรการแก้ไขปัญหาที่ตามมามีลักษณะคล้ายกับที่หลายรัฐบาลได้ทำมา เช่น การขอความร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าหรือร้านค้าในการชะลอการขึ้นราคาสินค้า การจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกตามสถานที่ต่างๆ และการออกร้านอาหารราคาประหยัดที่เรียกกันว่า “ร้านธงฟ้า” และการใช้มาตรการทางกฎหมายด้วยการกำหนดประเภทของสินค้าควบคุมและกำหนดราคาสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ แม้รัฐบาลจะดำเนินการตามมาตรการที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ประชาชนในระดับหนึ่ง แต่ยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะมาตรการเหล่านั้นล้วนถูกนำไปใช้กับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเป็นส่วนหนึ่ง ทั้งที่ในความเป็นจริงร้านค้ารายย่อยที่ขายสินค้าหรืออาหารให้แก่ประชาชนถือเป็นส่วนที่เป็นปลายทางของการบริโภค เมื่อผู้ค้าหรือผู้ผลิตรายย่อยซื้อสินค้าเพื่อวัตถุดิบมาในราคาที่สูง ย่อมทำให้ราคาของสินค้าหรือผลผลิตที่จะขายให้แก่ผู้บริโภคย่อมมีราคาแพงขึ้นเป็นธรรมดา

การที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปี และโทษปรับถึง 4 แสนบาท เพื่อควบคุมราคาสินค้าเอากับพ่อค้ารายย่อย จึงมิใช่การแก้ไขปัญหาที่ตรงกับเหตุแห่งปัญหา เพราะในขณะที่ผู้ผลิตหรือเกษตรกรซึ่งอยู่ต้นทางของสายการบริโภค ได้ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาผลผลิตให้อยู่ในราคาที่ต่ำ บรรดาพ่อค้าและแม่ค้ารายย่อยก็ต้องซื้อวัตถุดิบมาผลิตสินค้าหรืออาหารในราคาที่แพงขึ้นเช่นกัน ดังนั้นในการใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมราคาสินค้า จึงควรมุ่งไปที่กลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทเป็นพ่อค้าคนกลางที่คอยหากำไรบนความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชนผู้บริโภคอย่างจริงจัง มากกว่าการมุ่งแต่บังคับใช้กฎหมายกับผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น

นอกจากการใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการแล้ว การนำเอากฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการควบคุมมิให้กลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรง และส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ เช่น เหล็กเส้น ปูนซีเมนต์ หรือกลุ่มธุรกิจค้าปลีก มีพฤติการณ์ที่เป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายอื่นมิให้เข้ามาในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแข่งขัน ก็จะช่วยทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ทั้งในด้านราคา และคุณภาพของสินค้าด้วยเช่นกัน

แม้รัฐจะมีข้อจำกัดในการควบคุมราคาสินค้า แต่เมื่อต้องเข้าไปดูแลทุกข์สุขของประชาชนไม่ว่าด้วยเครื่องมือใดก็ตาม ก็ควรใช้เครื่องมือที่มีในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และตรงกับเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา เพื่อมิให้การเข้าแก้ไขปัญหาของรัฐ ต้องกลายเป็นการซ้ำเติมให้ปัญหาที่มีอยู่รุนแรงมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน