
75ปี SPAM
จันทร์นี้มาว่ากันด้วยเรื่องของ “สแปม”
โดย...ฐาปนา
จันทร์นี้มาว่ากันด้วยเรื่องของ “สแปม”
เห็นคำนี้คนจำนวนมากอาจจะคิดถึงคำว่า “สแปมเมล” ซึ่งหมายถึงอีเมลที่มักจะมารบกวนความเป็นส่วนตัว เป็นอีเมลที่ผู้รับไม่อยากได้รับ แต่สำหรับ “นักชิม” แล้ว คำเดียวกันนี้จะกลายเป็นคำที่ต้องการ เพราะหมายถึงอาหารแสนอร่อย ภายใต้แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือ เนื้อหมูบรรจุกระป๋องยี่ห้อ สแปม (SPAM)
เนื้อกระป๋อง หรือที่บางคนนิยมเรียกว่า แฮมอัดกระป๋องอันมีชื่อเสียงนี้ ก่อกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1937 และเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา บริษัท ฮอร์เมล ฟู้ดส์ คอร์ป (Hormel Foods Corp) เจ้าของแบรนด์ระดับโลกนี้ ก็เพิ่งจะฉลองอายุครบ 75 ปี ของการก่อตั้งกิจการไปหมาดๆ แต่งานเฉลิมฉลองที่ใหญ่จริงๆ จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ คือ วันที่ 28 ก.ค. ซึ่งการเฉลิมฉลองจะถูกจัดขึ้นที่โรงงานในเมืองออสติน มลรัฐเทกซัส โรงงานสำคัญที่ได้เป็นผู้ผลิตเนื้อกระป๋องออกสู่ตลาดโลกด้วยปริมาณ 110 ล้านปอนด์ต่อปี
เมืองออสตินถือว่าเป็นเมืองสำคัญของสแปม ทั้งในฐานะของการเป็นที่ตั้งโรงงานใหญ่ และความยาวนานของกิจการที่เป็นที่นิยม ทำให้ถึงกับมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ของตัวเองในเมืองแห่งนี้ด้วย จึงน่าจะเหมาะแล้วที่งานฉลองใหญ่สำหรับการครบรอบ 75 ปีของกิจการจะมาจัดกันที่นี่
ก่อนหน้านี้นานมาแล้ว มีข่าวซุบซิบกันว่า ในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีชื่อยี่ห้อนั้น เจ้าของกิจการก็ออกจะกลุ้มหน่อยว่าจะตั้งชื่อเจ้าหมูกระป๋องนี้ว่าอะไรดี ถึงกับมีเสียงเล่าลือว่าจะมีการจัดประกวดการตั้งชื่อเสียให้รู้แล้วรู้รอด โดยเสนอว่าจะให้รางวัลใหญ่กับผู้ชนะการประกวดชื่อ แต่ทำไปทำมา ไม่แน่ใจว่าอีท่าไหน ก็ได้คำว่าสแปมออกมา โดยคำที่กลายมาเป็นชื่อยี่ห้อสำคัญนี้ มาจากคำว่า Spiced Ham หรือแฮมรสจัด และหลังจากก่อกำเนิดธุรกิจขึ้นแล้ว ก็เหมือนจะมีโชคร้าย เพราะโลกได้ก้าวเข้าสู่ภาวะสงคราม
ทว่า ที่คิดว่าร้าย กลับไม่ร้าย เพราะเอาเข้าจริงๆ สงครามโลกนั่นแหละที่ทำให้สแปมขายดิบขายดี เพราะเมื่อเกิดการสู้รบที่ขยายวงกว้าง ทำให้กองทัพได้สั่งซื้อเนื้อหมูบรรจุกระป๋องเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งไปให้ทหารหาญในแนวหน้าได้รับประทานกัน ทำให้ในแต่ละสัปดาห์ ฮอร์เมล ฟู้ดส์ คอร์ป ต้องผลิตและส่งสแปมจำนวนมากถึง 15 ล้านกระป๋องให้ทหารทั่วโลก
ในช่วงนั้นสแปมก็ได้โอกาสสร้างชื่อเสียงในฐานะอาหารกระป๋องแสนมหัศจรรย์ ซึ่งจะว่าไปก็น่าจะใช้คำว่ามหัศจรรย์ได้จริงๆ เพราะในยามศึกที่อะไรต่อมิอะไรก็แร้นแค้น แต่ทหารยังสามารถเปิดกระป๋องแล้วมีหมูรับประทาน ก็น่าจะเป็นความสุขง่ายๆ อย่างหนึ่งได้ อย่างไรก็ตาม หลังสงครามสงบก็ปรากฏว่า เหล่าทหารอเมริกันที่ยาตราทัพกลับบ้านก็พากันบ่นว่าไม่อยากกินสแปมอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าในสนามรบสแปมจะเคยเป็นของมหัศจรรย์แค่ไหน แต่พอได้กลับมานอนบ้าน อาหารกระป๋องก็กลายเป็นของน่าเบื่อ
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สแปมอับเฉา เพราะในเอเชียแปซิฟิก ดินแดนที่เหล่าทหารอเมริกันเคยไปประจำการ กลับกลายเป็นตลาดที่สแปมได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น ในเกาหลี ฟิลิปปินส์ โอกินาวา กวม และฮาวาย ที่แม้สงครามจะสงบลงแล้ว แต่สแปมยังเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างยืนยาวมาจนปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ดังได้กล่าวเบื้องต้นแล้วว่า ในปัจจุบันนี้คำว่า สแปม ได้กลายมาเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ เพราะมีการตั้งชื่ออีเมลหรือข้อความที่ไม่ต้องการว่าสแปม ทำให้ผู้บริหาร ฮอร์เมล ฟู้ดส์ คอร์ป หนวดกระดิก และต้องต่อสู้หลายปีเพื่อคัดค้านการนำคำนี้มาเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการบนอินเทอร์เน็ต
สุดท้ายแล้วเรื่องคำคำเดียวนี้ สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ว่า แฮมบรรจุกระป๋องของ ฮอร์เมล ฟู้ดส์ คอร์ป จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด หรือ SPAM แต่หากเขียนเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก คือ spam จะหมายถึงข้อความที่ไม่ต้องการ
ปัจจุบันนี้สแปมผลิตเนื้อกระป๋องออกสู่ตลาดทั่วโลกจำนวน 12 รสชาติ เช่น รสคลาสสิก รสชีส รสฮอตแอนด์สไปซี พริกไทยดำ ฯลฯ เชื่อว่าคนไทยหลายคนก็อาจจะเคยรับประทาน เพราะเห็นมีการวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ส่วนใครจะชอบหรือไม่ ก็คงต้องแล้วแต่รสนิยม อย่างไรก็ตาม ที่คงต้องแสดงความชื่นชมในวันนี้ก็คือ การดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานของสแปม ที่ยังยืนหยัดและเป็นตัวอย่างที่ดีของอีกหลายๆ กิจการ ที่คงอยากให้ธุรกิจเดินหน้าได้ยาวไกล
ไหนๆ วันนี้ก็ได้เล่าเรื่องของกิจการอาหารกระป๋องที่คนไทยเรารู้จักแล้ว ก็ขอแถมอีกยี่ห้อหนึ่งที่มีความเคลื่อนไหวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ สินค้ายี่ห้อ แคมป์เบลล์ ของบริษัท แคมป์เบลล์ ซุป (Campbell Soup Co.,) ผู้ผลิตซุปกระป๋อง ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท บอลท์เฮาส์ ฟาร์ม ด้วยมูลค่า 1,550 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการเข้าซื้อกิจการนี้จะเป็นการทำให้เครือข่ายของแคมป์เบลล์มีสินค้าใหม่ คือ น้ำผลไม้แช่เย็น และเบบี้แครอต ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของ บอลท์เฮาส์ ฟาร์ม อยู่แล้ว
การปรับตัวของแคมป์เบลล์คราวนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวที่ใหญ่ หลังจากที่ผลประกอบการในธุรกิจซุปกระป๋องค่อนข้างซบเซา ทำให้บริษัทอยากจะมีสินค้าที่เป็นอาหารสดในตู้แช่มาเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น เพราะในปัจจุบันนี้สินค้าอาหารประเภทอาหารที่เห็นกันสดๆ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และได้รับการจัดวางในตำแหน่งที่ดีกว่าในการเรียงสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้คาดว่าการเพิ่มกิจการของแคมป์เบลล์คราวนี้ น่าจะทำให้บริษัทได้รับผลกำไรที่ดีขึ้นเป็นกอบเป็นกำแน่นอน







