
เอเปกเล็งถกความมั่นคง‘อาหารโลก
’โพสต์ทูเดย์ — เอเปกเตรียมประชุมความมั่นคงอาหารโลก หลังทั่วโลกหวั่น พืชพลังงานแย่งพื้นที่ปลูกอาหารมากขึ้น
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ไทยเตรียมเข้าร่วมประชุมเอเปก ซึ่งจะมีการประชุมรัฐมนตรีว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารเป็นครั้งแรกวันที่ 1617 ต.ค. 2553 เมืองนิอิกาตะ ประเทศญี่ปุ่น แหล่งเพาะปลูกข้าวสำคัญลำดับที่ 2 ของญี่ปุ่น ภายหลังที่เอเปกให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านอาหารมากขึ้น หลังเริ่มใช้พื้นที่การเกษตรไปปลูกพืชพลังงานมากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมจัดทำท่าที เพื่อจัดทำปฏิญาณและแผนปฏิบัติการในเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะโลกร้อน ที่จะต้องมีการวิจัยพืชทนแล้งเพิ่มขึ้น
นอกจากนั้น ในวันที่ 2427 พ.ค. นี้ ที่ จ.เชียงใหม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดประชุมนานาชาติ
“Biofuel from Agricultural and Agro Industrail Waste” เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจถึงผลกระทบของเชื้อเพลิงชีวภาพต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ในเมืองและชนบทรวมทั้งสนองตอบต่อประเด็นทางด้านความมั่นคงอาหารของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรรวมถึงซากไม้หรือพืชพรรณจากป่าด้วยวิธีการทางชีวภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมันซึ่งเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญในแง่ของการแสวงหาพลังงานทางเลือกเพื่อทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว ในช่วงที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมันได้มีการใช้นโยบายที่กระตุ้นและส่งเสริมให้มีการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชเศรษฐกิจ เช่น ไบโอเอธานอล จากข้าวโพดและน้ำตาล หรือไบโอดีเซลจากน้ำมันพืช อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวการนำพืชเศรษฐกิจเหล่านี้มาใช้เป็นพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารของประชากรโลก
ทั้งนี้ องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งรวมถึงเอเปค ได้สนับสนุนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากของเหลือใช้และสิ่งตกค้างจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์และป่าไม้ ราคาถูกและ biomass จากพืชพลังงานเชื้อเพลิงที่สามารถปลูกได้บนพื้นที่ไม่เหมาะสม เช่น ดินที่มีความเค็มสูง หรือที่เรียกว่าเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่ 2 เพื่อลดความเกี่ยวพันระหว่างพลังงานชีวภาพและพืชอาหาร ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจถึงผลกระทบของเชื้อเพลิงชีวภาพที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในพื้นที่ในเขตเมืองและเขตชนบท รวมทั้งเป็นการสนองตอบต่อประเด็นทางด้านความมั่นคงอาหารของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค โดยมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนของเสียทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรรวมถึงซากไม้หรือพืชพรรณจากป่าด้วยวิธีการทางชีวภาพ และเพื่อให้สังคมตระหนักถึงศักยภาพของการค้าเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่ 2 เสริมสร้างให้เกิดความร่วมมือเพื่อจัดทำเครือข่ายนักวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากสิ่งเหลือใช้ ทำให้เกิดการพัฒนาที่มีความยั่งยืนและการค้าเชิงพาณิชย์ อันจะนำไปสู่การบรรเทาผลกระทบที่มีต่อความมั่นคงทางอาหาร และลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนพลังงานของโลกและของประเทศ
ทั้งนี้ก่อนหน้ายุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านพืชอาหารและพืชพลังงาน คณะกรรมการทำแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านพืช อาหารและพืชพลังงาน ได้กำหนดว่าจะไม่มีการขยายพื้นที่ปลูกพืชพลังงานแต่จะเน้นส่งเสริมให้มีการเพิ่มผลผลิตต่อไร่โดยพื้นที่ปลูกมัน7.4 ล้านไร่ อ้อย 6.3 ล้านไร่ และปาล์ม 3 ล้านไร่จะส่งเสริมให้ปลูกพื้นที่เป็น 5 ล้านไร่ ส่วนข้าวและพืชอาหารอยู่ที่ 67 ล้านไร่







