
ตลาดเงินโลกลดดอกทั่วหน้า
เชื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรงส่วนไทยคาดกนง.ขอดูเงินเฟ้อ
เชื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรงส่วนไทยคาดกนง.ขอดูเงินเฟ้อ
ธนาคารชี้ตลาดเงินปรับตัวรับดอกเบี้ยขาลงตามภูมิภาคแล้ว หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เชื่อ กนง.ลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีดูแลบาทประคองเศรษฐกิจ
นายตรรก บุนนาค ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดเงินไทยเริ่มมีปฏิกิริยาต่อทิศทางดอกเบี้ยในประเทศไปในทิศทางที่ลดลง เห็นได้จากสวอปเรตและอัตราผลตอบแทนของบอนด์ในตลาดที่ลดลง สอดคล้องกับท่าทีของตลาดเงินในภูมิภาค ซึ่งธนาคารกลางมีการปรับลดดอกเบี้ยล่วงหน้าไปแล้ว เช่น จีน เกาหลี ออสเตรเลีย หลังจากมองว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มมีท่าทีชะลอตัวชัดเจน
“ทิศทางตลาดเงินไปทางดอกเบี้ยลดหมดแล้ว แต่เชื่อว่าประชุมครั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงยังไม่กล้ารีแอคล่วงหน้า คงรอดูความเสี่ยงเงินเฟ้อให้แน่ใจก่อน แต่จากเศรษฐกิจโลกที่สโลว์ดาวน์ชัดเจน จะทำให้แรงกดดันเงินในระยะต่อไปมีน้อยลง เชื่อว่าภายในปีนี้จะได้เห็นการลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีแน่นอน” นายตรรก กล่าว
นายตรรก กล่าวว่า ตามทฤษฎีแล้วหากไทยไม่ลดดอกเบี้ยจะทำให้มีดอกเบี้ยสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ดึงดูดให้มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตร ซึ่งจะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า อย่างไรก็ตามหากเทียบกับดอกเบี้ยไทยกับประเทศใกล้เคียง จะเห็นว่าดอกเบี้ยยังสูงกว่าไม่มาก ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ของ กนง.ที่ต้องหาระดับดอกเบี้ยที่สมดุลและเหมาะสมเพื่อประคองเศรษฐกิจไทย
“วิกฤตครั้งที่ผ่านมาไทยมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจาก 1.25% จนมาสู่ 3% ไทยจึงมีช่องว่างในการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจพอสมควร ส่วนเงินบาทดอกเบี้ยอาจมีผลไม่มาก ตัวที่ต้องจับตามากกว่า คือ ปริมาณการส่งออกนำเข้า โดยมองว่าเงินบาทปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.3032 บาทต่อเหรียญสหรัฐ” นายตรรก กล่าว
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางในหลายประเทศเริ่มปรับลดดอกเบี้ยลง ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมสวอปปรับลดลงล่วงหน้าไปแล้ว 0.25% จึงเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยลงเพื่อให้สอดคล้องกับภูมิภาค เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อขณะนี้ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
“วันที่ 25 ก.ค.นี้ กนง.อาจยังไม่ลดดอกเบี้ยเพื่อรอดูเงินเฟ้อ ถ้าไม่ลดครั้งนี้ก็เป็นไปได้ที่จะลดในครั้งถัดไป เพราะ 34 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง แรงกดดันเงินเฟ้อจึงเริ่มผ่อนคลายลง ” นายธิติ กล่าว







