posttoday
ฝรั่งมองข้ามการเมือง

ฝรั่งมองข้ามการเมือง

16 มีนาคม 2553

แม้ว่าในสมรภูมิการเมืองในประเทศ ระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงกับรัฐบาล ยังไม่รู้จุดจบว่าใครแพ้หรือชนะในสงครามที่เอาประเทศเป็นเดิมพันครั้งนี้

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยดัชนียังคงวิ่งขึ้น โดยวันที่ 15 มี.ค. ขึ้นมาปิดที่ 734.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.49 จุด

แม้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะยังคงอยู่ในช่วงชุมนุมใหญ่ แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงถาโถมเข้ามาซื้อหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดได้คาดเดาไปแล้วว่าใครคือผู้แพ้และใครคือผู้ชนะ ในสภาพที่ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่บอบช้ำที่สุด

ในสัปดาห์ที่นักลงทุนในประเทศกังวลกับสถานการณ์การเมือง นับตั้งแต่เริ่มตัดสินคดียึดทรัพย์เมื่อวันที่ 26 ก.พ.15 มี.ค. 2553 ซึ่งเป็นช่วงชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงพบว่าในส่วนของนักลงทุนต่างประเทศนั้นได้กลายเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง และซื้อสุทธิติดต่อกัน 15 วันทำการแล้ว โดยเบ็ดเสร็จต่างชาติซื้อสุทธิรวม 2.77 หมื่นล้านบาท!!!!

ล่าสุดตลาดหุ้นไทยยังได้รับข่าวดีจากการที่โบรกเกอร์ต่างชาติยักษ์ใหญ่อย่างมอร์แกน สแตนเลย์ ได้ประกาศเพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นไทย และอันดับความน่าสนใจของตลาดหุ้นกระโดดขึ้นมารวดเดียวมาอยู่ในอันดับ 3 จากเดิมอยู่ในอันดับ 12 ของตลาดเกิดใหม่ เพราะให้น้ำหนักการเติบโตของกำไรและแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น มากกว่าปัจจัยการเมืองในประเทศ

ผลของการประกาศเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยรอบนี้ ถือเป็นข่าวดีและข่าวเซอร์ไพรส์ เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตทางการเมืองจากการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง

ภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีมอร์แกน สแตนเลย์ เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยว่า ถือว่าเป็นข่าวดี สะท้อนให้เห็นว่าในสายตาของนักลงทุนภายนอกมองเศรษฐกิจไทยค่อนข้างดี หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจหลายประการที่ออกมา เช่น ตัวเลขการส่งออก และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ออกมาดีด้วย

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าข่าวดังกล่าวอาจ.ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในหุ้นไทยเพิ่มขึ้น และตัดสินใจซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องจากที่ได้ซื้อมาแล้วในช่วง 15 วันทำการ และอาจทำให้น้ำหนักหุ้นไทยในดัชนีเอ็มเอสซีไอเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 2%

“ปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง (BLS) กล่าวว่า เหตุผลหลัก ที่มอร์แกน สแตนเลย์ ใช้ประกอบบทวิเคราะห์เพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นไทย เพราะมองว่า บจ. จะมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดีมาก ขณะที่มูลค่าตลาดหุ้นไทยเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคต่างๆ แล้วถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำ ขณะที่ปัญหาการเมืองต่างชาติจะมองว่าเป็นปัญหาระยะสั้น และเชื่อว่าข่าวดีเรื่องเศรษฐกิจและการเติบโตของกำไรที่ดีจะทำให้ต่างชาติมองข้ามปัญหาการเมืองไป และทำให้ยังเห็นเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทย

“เงินต่างชาติไหลเข้าหุ้นทั้งภูมิภาคเอเชีย เพราะเมื่อประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชียจะโตดีกว่าเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป และยังมองกันว่าค่าเงินในเอเชียยังมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้น ดังนั้นจึงทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังคงไหลเข้า”

อย่างไรก็ตาม หากการเมืองจบไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ก็มองว่ามีโอกาสที่ดัชนีหุ้นจะขึ้นไปแตะที่ระดับ 750 จุด

บล.โนมูระ โบรกเกอร์ญี่ปุ่น ระบุว่า แรงซื้อของต่างชาติที่ยังคงไหลบ่าเข้ามานั้น มาจากเหตุผลหลักๆ คือ ประการแรก เกิดจากแรงซื้อคืนเพื่อชดเชย SHORT หรือแรงขาย หลังจากความเสี่ยงของกรีซและกลุ่มประเทศไอร์แลนด์ อิตาลี กรีซ และสเปน (PIGS) ปรับลดลง จากการออกมาตรการช่วยเหลือของสหภาพยุโรป (อียู)

ประการที่สอง แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น โดยคาดว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่จะปรับดอกเบี้ยสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2553 เป็นต้นไป จะส่งผลให้เกิดการลดน้ำหนักลงทุนจากพันธบัตรมายังสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นแทน

นอกจากนี้ ยังจัดให้ตลาดหุ้นไทยเป็น 1 ใน 4 ตลาดหุ้นในเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นที่ผู้จัดการกองทุนให้ความสนใจสูงสุด เช่นเดียวกันกับอินโดนีเซีย ฮ่องกง จีน ที่ระดับมากกว่าตลาดเล็กน้อย

เนื่องมาจากคาดว่าแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลกำไรครึ่งแรกปี 2553 คาดว่าจะเติบโตสูงกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2552 และตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับค่าเงินแข็งค่าขึ้นตั้งแต่กลางปีนี้เป็นต้นไป โดยประมาณการอัตราแลกเปลี่ยนเงินปีนี้อยู่ที่ 31.50 บาท/เหรียญสหรัฐ จากปีก่อน 33.4 บาท/เหรียญสหรัฐ

ดังนั้น หากเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้นแถบนี้ รวมถึงตลาดหุ้นไทย ในอนาคตมีโอกาสได้ทั้งกำไรจากการขึ้นของตลาดหุ้นและการแข็งค่าของเงิน และไม่น่าแปลกใจว่าตลาดหุ้นไทยทำไมจึงปรับขึ้นต่อเนื่องมา 5 สัปดาห์ พร้อมๆ กับตลาดหุ้นฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน