
ธุรกิจไทยลุยตปท. CCETฮุบสิงคโปร์
โพสต์ทูเดย์
— บจ.ไทยเดินหน้าลงทุนต่างประเทศ CCET ใช้เงิน 584 ล้าน ฮุบธุรกิจผลิตแม่พิมพ์หัวฉีดพลาสติกสิงคโปร์ TTA ซื้อธุรกิจด้านการลงทุนนายโจวข่งซิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคลคอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (CCET) เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าทำซื้อหุ้นของบริษัท Avaplas Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ และทำธุรกิจผลิตแม่พิมพ์หัวฉีดแบบพลาสติก ซึ่งหลังเข้าซื้อบริษัทจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 100%
“
เบื้องต้นจะซื้อหุ้นก่อนในสัดส่วน 53.08% เป็นเงิน 310.23 ล้านบาท และหลังจากนั้นจะตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นส่วนเหลืออีก 117.07 ล้านหุ้น ซึ่งจะใช้เงินอีก 274.18 ล้านบาท ทำให้บริษัทจะใช้เงินในการซื้อกิจการครั้งนี้ทั้งสิ้น 584.42 ล้านบาท” กรรมการผู้จัดการ กล่าวสำหรับผลของการลงทุนครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการ และการรวมตัวในแนวดิ่ง (Vertical Integration) ส่วนเงินที่ใช้จะมาจากผลการดำเนินงานและวงเงินสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ และคาดว่าการซื้อกิจการครั้งนี้จะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ปีนี้
นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) กล่าวว่า บริษัท เมอร์เมด ออฟชอร์ เซอร์วิสเซส (MOS) ซึ่งเป็นบริษัทที่บริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทถือหุ้น 99.99% ได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท Subtech (Proprietary) Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งในประเทศเซเชลส์ ประกอบธุรกิจหลักโดยการลงทุน 97% ใน Subtech Qatar Diving and Marine Services LLC Subtech Qatar เป็นสมาชิกขององค์กร IMCA ประกอบธุรกิจโดยการเป็นผู้รับเหมางานทางด้านการประดาน้ำและวิศวกรรมโยธาใต้น้ำ ซึ่งการเข้าซื้อครั้งนี้จะใช้เงินทั้งสิ้น 250.65 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลังการเข้าซื้อบริษัทจะพัฒนาให้เป็นผู้รับเหมาในประเทศ ที่สามารถให้บริการงานวิศวกรรมโยธาใต้น้ำที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าภายในภูมิภาคตะวันออกกลางและอ่าวเปอร์เซีย
ด้าน น.ส.ประภารัตน์ ตังควัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กล่าวว่า การออกไปลงทุนต่างประเทศถือเป็นนโยบายหลักของบริษัทอยู่แล้ว และเหตุผลหนึ่งของการกระจายการลงทุนออกไปต่างประเทศ เพราะต้องยอมรับว่าเมืองไทยมีปัญหาความไม่แน่นอนเรื่องการเมือง และผลของการออกไปซื้อกิจการต่างประเทศทำให้บริษัทคาดว่าในปี 2557 กำไรจากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในสัดส่วน 25% จากปัจจุบันอยู่ในระดับ 10%
“
ที่ผ่านมาที่ยังสรุปไม่ได้ เพราะติดปัญหาเรื่องราคา และบางรายการก็คาดว่าสร้างผลตอบแทนไม่ได้ตามที่หวังจึงส่งผลให้ดีลไม่จบ”






