posttoday
กองทุนพื้นฐานเอสพีซีจีออกก.ย.

กองทุนพื้นฐานเอสพีซีจีออกก.ย.

20 กรกฎาคม 2555

“เอสพีซีจี” ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5,000-8,000 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนปลายไตรมาส 3 ปีนี้ ด้าน AKR ลดพาร์ล้างขาดทุน

“เอสพีซีจี” ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5,000-8,000 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนปลายไตรมาส 3 ปีนี้ ด้าน AKR ลดพาร์ล้างขาดทุน

น.ส.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยว่า บริษัทจะสรุปรายละเอียดของการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงสิ้นเดือนนี้ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกองทุน ซึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย และที่ปรึกษาประกันภัยพิจารณาต่อไป

สำหรับกองทุนดังกล่าว คาดว่าจะมีอายุ 10 ปี มีมูลค่ากองทุนประมาณ 5,000-8,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) โครงการที่ 17-34 เพื่อลดการกู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน โดยทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการที่ 17-34 ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท เอสพีซีจี แต่กองทุนจะได้กรรมสิทธิ์เป็นรายได้ทั้งหมดของโครงการตามอายุกองทุน

ทั้งนี้ คาดว่ากองทุนจะสามารถเสนอขายหน่วยลงทุนเป็นการทั่วไปได้ในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ปีนี้ ส่วนผลตอบแทนจากการลงทุนยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้

บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ซื้อที่ดินจำนวน 5 แปลง บริเวณ อ.เขาพนม จ.กระบี่ จากนายปลิว ตรีวิศวเวทย์ นายชาญณรงค์ วงศ์สีนิล และนายยงยุทธ วงศ์สีนิล รวมมูลค่าทั้งสิ้น 45,186,596 บาท ซึ่งราคาที่ดินดังกล่าวต่ำกว่าราคาตลาด ซึ่งผู้ประเมินราคาอิสระได้ประเมินไว้ที่ 52,140,000 บาท โดยบริษัทจะนำที่ดินทั้งหมดไปดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

ด้านนายดนุชา น้อยใจบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม (AKR) กล่าวว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 18 ก.ค. มีมติอนุมัติ ให้บริษัทดำเนินการลดทุนด้วยการลดมูลค่าหุ้นตามมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จาก 1 บาท เหลือ 0.80 บาท และจะทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียน จาก 790.17 ล้านบาท เหลือ 632.13 ล้านบาท หรือมีทุนจดทะเบียนจำนวน 790 ล้านหุ้น ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้จะทำให้บริษัทมีเงินส่วนเกินทุนที่เกิดจากการลดทุนจดทะเบียนจำนวน 158 ล้านบาท

นอกจากนี้ อนุมัติให้โอนทุนสำรองตรามาตรา 166 ของ พ.ร.บ.มหาชน จำนวน 33.59 ล้านบาท และนำทุนส่วนที่เกิดจากส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 296 ล้านบาท และเมื่อรวมกับการลดทุนด้วยการลดราคาพาร์แล้ว เพื่อนำมาล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ประมาณ 512.35 ล้านบาท ซึ่งหลังการดำเนินการในทุกขั้นตอนข้างต้น แล้วจะทำให้ขาดทุนสะสมของบริษัทลดลงเหลือ 24.14 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าภายในปีนี้น่าจะสามารถล้างขาดทุนสะสมได้ทั้งหมด

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน