
บล.กสิกรไทยรุกภูธรดันเข้าเป้า
บล.กสิกรไทย รุกเปิดสาขาภูธร หวังดันรายได้โตตามเป้าที่ 35% เพิ่มบัญชีใหม่ 1.3 หมื่นบัญชี สิ้นปีส่วนแบ่งการตลาดทะยานอันดับ 2
บล.กสิกรไทย รุกเปิดสาขาภูธร หวังดันรายได้โตตามเป้าที่ 35% เพิ่มบัญชีใหม่ 1.3 หมื่นบัญชี สิ้นปีส่วนแบ่งการตลาดทะยานอันดับ 2
น.ส.ณัฐรินทร์ ตาลทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย และผู้บริหารไพรเวทแบงก์ เครือธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ในปีนี้ 1,804 ล้านบาท ขยายตัวในระดับ 35% ส่วนแบ่งการตลาดนายหน้าค้าหลักทรัพย์ขึ้นเป็นอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 8% และขยายฐานบัญชีใหม่ 1.3 หมื่นบัญชี แม้ว่าในช่วง 6 เดือนแรกมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาดหุ้นอาจต่ำกว่าที่คาด นอกจากนี้ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ตัวเลขหลายตัวยังห่างจากเป้าหมาย โดยรายได้ของบริษัทในไตรมาสแรกปีนี้สามารถทำได้ 311 ล้านบาท เติบโต 4% เทียบกับเป้าหมายคาดว่าจะขยายตัว 35% และมีบัญชีเปิดใหม่ประมาณ 6,000 บัญชี ส่วนแบ่งการตลาดนายหน้าซื้อขายหุ้นจะขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ในสัดส่วน 5.5%
ทั้งนี้ บริษัทจะรุกต่างจังหวัดพร้อมกับกลุ่มธนาคารกสิกรไทยใน 14 จังหวัดยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น เชียงราย พิษณุโลก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี เป็นต้น โดยตั้งเป้าจะเปิดสาขาอีก 24 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 14 สาขา ต่างจังหวัด 10 สาขา ทำให้สิ้นปีมีสาขาเพิ่มเป็น 52 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งบริษัทได้เริ่มรุกตลาดต่างจังหวัดตั้งแต่ 2553 ขณะนั้นมีบัญชีจากต่างจังหวัดเพียง 687 บัญชี มาจนถึงกลางปีนี้มีสาขาต่างจังหวัด 2,081 บัญชี เติบโตถึง 203%
“การเจาะตลาดต่างจังหวัดเป็นกลยุทธ์ที่ บล.กสิกรไทย วางไว้ และต้องเริ่มไปก่อนที่คนอื่นจะไป เพราะโดยปกติว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายได้ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี อย่างเร็วสุด 2 ปี” น.ส.ณัฐรินทร์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทจะใช้วิธีให้ลูกค้าเปิดบัญชีทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยให้ได้ฐานลูกค้าจำนวนมากโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของเจ้าหน้าที่การตลาดมารองรับ ขณะเดียวกันจะกระตุ้นการซื้อขายในส่วนของผู้ลงทุนบุคคลรายใหญ่ (ไฮเน็ตเวิร์ธ) โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมจำนวนมาก พร้อมกับออกสินค้าใหม่ เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์
สำหรับเป้าหมายในด้านของงานด้านวาณิชธนกิจ เร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัวกรรมการผู้จัดการคนใหม่เข้ามาแทนนายวรวัจน์ สุวคนธ์ แต่ในเบื้องต้นตั้งเป้าหมายจะมีรายได้จากส่วนนี้ 210 ล้านบาท จาก 195 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา โดยไตรมาสแรกสามารถทำได้แล้ว 65 ล้านบาท
ขณะเดียวกันในปีนี้มีงานในมือ 14 งาน ช่วงครึ่งแรกของปีนี้สามารถทำแล้วเสร็จ 4 งาน แบ่งเป็น นำหุ้นเข้าตลาด 2 บริษัท และงานควบรวมกิจการ 2 ธุรกรรม และคาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะนำหุ้นเข้าตลาดได้ 1 บริษัท และควบรวมกิจการอีก 3 ธุรกรรม ที่เหลือ 6 ธุรกรรม คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จได้ในปี 2556







