
ประกันชีวิตเก็บหุ้นกู้เพิ่ม
ประกันชีวิตโอดหาพันธบัตรรัฐบาลยาก ความต้องการซื้อสูงทำผลตอบแทนลด 4 เดือนแรกลงหุ้นกู้เพิ่มกว่า 34%
ประกันชีวิตโอดหาพันธบัตรรัฐบาลยาก ความต้องการซื้อสูงทำผลตอบแทนลด 4 เดือนแรกลงหุ้นกู้เพิ่มกว่า 34%
น.ส.สุวรรณ อุดมเฉลิมเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานลงทุน บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการซื้อมีจำนวนมาก แต่จำนวนพันธบัตรที่มีอยู่ไม่เพียงพอ เพราะรัฐบาลยังไม่มีการออกพันธบัตรรุ่นใหม่ออกมา รวมถึงความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่กระทบถึงความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในไทย
“แม้ว่าความร้อนแรงทางการเมืองที่กลัวกันผ่านไปแล้ว แต่เศรษฐกิจยุโรปยังไม่ถูกแก้ไขที่รากเหง้า ผลการประชุมยังไม่ชัดเจนว่าจะช่วยกันอย่างไร ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานที่ดีก็จริง แต่ต้องดูการส่งออก เพราะถือเป็นปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจปีนี้โตหรือไม่โต” น.ส.สุวรรณ กล่าว
น.ส.สุวรรณ กล่าวว่า หากภาวะเศรษฐกิจไทยชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถใช้อัตราดอกเบี้ยเข้ามาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นการบริโภคได้ ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากปัจจุบันอยู่ที่ 3% ซึ่งถือว่ายังสูงกว่าประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่จะลดดอกเบี้ยลงอีกยากเพราะต่ำมากแล้ว ทำได้เพียงผลิตเงินเพิ่มเข้ามาในระบบ
อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีเอกชนออกหุ้นกู้ระยะสั้นที่ให้อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างดี และเงินฝาก เงินใหม่ที่ได้มา จึงสามารถที่จะหาผลตอบแทนที่ดีได้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ใช้คำนวณผลตอบแทนกรมธรรม์ประกันชีวิต
“โดยเฉลี่ยแล้วใช้อัตราดอกเบี้ยประมาณ 3% ในการคำนวณผลตอบแทนตามกรมธรรม์ ซึ่งเราไปลงในหุ้นกู้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเล็กน้อย จึงไม่ทำให้ขาดทุน” น.ส.สุวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รายงานว่า 4 เดือนแรกบริษัทประกันชีวิตมียอดลงทุนพันธบัตรทั้งสิ้น 8.71 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ลงทุนในหุ้นกู้หุ้นกู้แปลงสภาพ 1.82 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% และลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงิน 1.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากงวดเดียวกันของปีก่อน







