
กสิกรกำไรเกินคาด
ไตรมาส2ปีนี้เติบโตสูง28% ครึ่งปีแรกทำได้1.8หมื่นล้าน
ไตรมาส2ปีนี้เติบโตสูง28% ครึ่งปีแรกทำได้1.8หมื่นล้าน
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 2/2555 มีกำไรสุทธิ 9,367 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 3.91 บาท เพิ่มขึ้น 28% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรต่อหุ้น 3.06 บาท ทั้งนี้หากเทียบไตรมาสแรกปี 2555 จะเพิ่มขึ้นเพียง 4.22%
ทั้งนี้ ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 18,355 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
นายสมเกียรติ ศิริชาติไชย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2 ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 547 ล้านบาท หรือ 3.67% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.53% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 560 ล้านบาท หรือ 5.68% เป็นผลมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจากรายการพิเศษที่ไม่เป็นตัวเงินจากการได้รับหุ้นปันผล
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2555 เครือธนาคารกสิกรไทย มีสินทรัพย์รวม 1.887 ล้านล้านบาท เพิ่มจากไตรมาสแรก 29,887 ล้านบาท หรือ 1.61% และเพิ่มจากสิ้นปี 2554 จำนวน 164,096 ล้านบาท หรือ 9.25% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินทุนและสินเชื่อ ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 2.2%
กำไรสุทธิของกสิกรไทยไตรมาส 2 ที่ออกมาเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมากกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดไว้ที่กว่า 22%
ราคาหุ้น KBANK เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่เปลี่ยนแปลงปิด 166 บาท มูลค่าซื้อขายหนาแน่น 1,043.79 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ คาดว่ากำไรสุทธิของ KBANK ในไตรมาส 2/2555 จะโตขึ้น 4% เทียบไตรมาสแรก และ 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่า ประการแรก รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตในระดับที่สูง ประการที่สอง สินเชื่อยังคงขยายตัว
ต่อเนื่องประการที่สาม อัตราภาษีลดเหลือ 23% เทียบกับ 30% ในปีที่แล้ว
นอกจากนั้น ยังประมาณการกำไรปี 2555 ว่ายังคงเติบโตสูง จากการเติบโตของยอดสินเชื่อและค่าธรรมเนียมโดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2555 อยู่ที่ 33,736 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดยอดสินเชื่อมีแนวโน้มโตประมาณ 11% จากความต้องการสินเชื่อของทุกกลุ่มที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเติบโตดีจากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการเงินลงทุน
ด้านพลังงานและปิโตรเคมีสำหรับธุรกิจขนาดกลางเติบโตปานกลางจากความต้องการสินเชื่อเพื่อขยายกิจการ และสินเชื่อรายย่อยเติบโตดีจากการที่มีการเน้นทำการตลาดมากขึ้น สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าทั้งปีจะโตมากกว่า 19% มาจากประกันภัยและบัตรเครดิตเป็นหลัก แม้ในครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีการบันทึกค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสูงขึ้น ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 46% ทั้งปี
ดังนั้น ในภาพรวมเชื่อว่ากำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ดี บล.ทรีนีตี้แนะนำถือและยังคงประเมินราคาเหมาะสมของ KBANK ปี 2555 ตามเดิมเท่ากับ 164 บาท อิงราคาตามมูลค่าบัญชี (PBV) 2.2 เท่า โดยราคาหุ้นมีการปรับตัวสูงขึ้นมาเกือบเต็มมูลค่าแล้ว จึงแนะนำถือ อย่างไรก็ตามเรามีแนวโน้มที่จะทบทวนค่า PBV ของ KBANK ขึ้นในอนาคต







