
ขายทำกำไร
ภาวะการซื้อขายหุ้นตลอดทั้งวัน (วันที่ 17 ก.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นไทยไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ และได้ปัจจัยบวกจากภาวะการเก็งกำไรผลประกอบการกลุ่มหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร ส่งผลให้หุ้นกลุ่มต่างๆ เหล่านี้มีแรงซื้อนำเข้ามาติดหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
ภาวะการซื้อขายหุ้นตลอดทั้งวัน (วันที่ 17 ก.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งตลาดหุ้นไทยไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ และได้ปัจจัยบวกจากภาวะการเก็งกำไรผลประกอบการกลุ่มหลัก เช่น กลุ่มธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร ส่งผลให้หุ้นกลุ่มต่างๆ เหล่านี้มีแรงซื้อนำเข้ามาติดหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดวันพรุ่งนี้คาดการณ์ขึ้นต่อได้ แต่ต้องระวังมากขึ้นที่แนวต้าน 1,237 จุด มีโอกาสถูกขายทำกำไร
ดัชนีปิดเกือบจุดสูงสุดของวัน ปิดที่ 1,224.21 จุด เพิ่มขึ้น 9.96 จุด หรือ 0.82% มูลค่าซื้อขาย 29,126.12 ล้านบาท
ต่างชาติซื้อสุทธิ 640 ล้านบาท ขณะที่กองทุน ตลอดจนสถาบัน และพอร์ตเทรดบล.ก็ช่วยกันซื้อ มีเพียงรายย่อยที่ขายหนัก 1,355 ล้านบาท
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยวันนี้ เป็นการเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ที่คาดการณ์ออกมาดี และในประเทศไม่มีปัจจัยลบ อีกทั้งได้ปัจจัยบวกจากภาวะตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นฮ่องกงที่ปรับตัวขึ้นแรง
สำหรับทิศทางตลาดวันที่ 18 ก.ค. คาดการณ์ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง ดัชนีมีแนวต้าน 1,237 จุด และแนวรับ 1,210 จุด และต้องระวังเพิ่มมากขึ้นที่แนวต้าน ซึ่งมีโอกาสถูกขายทำกำไร
เทิดศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเบาลงชั่วคราว จะกลับมาร้อนแรงอีกครั้งต้นเดือน ส.ค. ช่วงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ







