posttoday
ยุทธศาสตร์สู่ AEC (ตอนที่ 6)

ยุทธศาสตร์สู่ AEC (ตอนที่ 6)

16 กรกฎาคม 2555

บทความก่อนหน้านี้ ผมบอกว่าหัวใจดวงที่หนึ่งในการเขียนยุทธศาสตร์ของ AEC คือ ต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ในอนาคตข้างหน้าอย่างละเอียดรอบคอบ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และหัวใจดวงที่สองก็คือการทำ SWOT ของประเทศ ซึ่งผมได้เน้นว่า การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนให้มองจากภายในออกไปภายนอก ส่วนการวิเคราะห์โอกาสและการคุกคาม ให้มองจากภายนอกเข้ามาภายใน ที่สำคัญเราต้องพัฒนา “ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ” ที่เราหาได้จากการทำ SWOT ให้กลายเป็น “ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบอย่างยั่งยืน” ให้ได้

บทความก่อนหน้านี้ ผมบอกว่าหัวใจดวงที่หนึ่งในการเขียนยุทธศาสตร์ของ AEC คือ ต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ในอนาคตข้างหน้าอย่างละเอียดรอบคอบ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และหัวใจดวงที่สองก็คือการทำ SWOT ของประเทศ ซึ่งผมได้เน้นว่า การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนให้มองจากภายในออกไปภายนอก ส่วนการวิเคราะห์โอกาสและการคุกคาม ให้มองจากภายนอกเข้ามาภายใน ที่สำคัญเราต้องพัฒนา “ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ” ที่เราหาได้จากการทำ SWOT ให้กลายเป็น “ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบอย่างยั่งยืน” ให้ได้

ทีนี้เรามาถึงหัวใจดวงที่สาม ที่หลายๆ ยุทธศาสตร์ที่เขียนกันยังไม่มีเลย ทำให้ยุทธศาสตร์ที่เขียนกันมานั้นนำไปปฏิบัติไม่ได้ เคยเห็นใช่มั้ยครับ วิชัน มิชชัน ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ อ่านเพลินเชียว แต่อ่านจบแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ ทั้งในระดับองค์กรต่างๆ และในระดับชาติ

ในการเขียนยุทธศาสตร์สมัยใหม่จึงต้องมีหัวใจดวงที่สาม คือ “นโยบายกำหนดแนวปฏิบัติ หรือ Guiding Policies” ซึ่งก็คือนโยบายที่เขียนไว้ให้แนวทางปฏิบัติอย่างครอบคลุม เมื่ออ่านแล้วย่อมรู้แนวว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร ที่สำคัญการปฏิบัติทั้งหลายนั้นจะต้องเป็นไปในทิศทางที่จะส่งเสริมกันและกัน

แม้ว่านโยบายกำหนดแนวปฏิบัติจะมิได้ระบุชัดเจนถึงขนาดเป็น “แผนปฏิบัติการ หรือ Actions Plan” ก็ตาม แต่ก็จะระบุถึงแนวทางว่าอะไรทำได้ ทำไม่ได้ อะไรควรทำก่อน ทำหลังเพื่อให้ผลดีที่เกิดขึ้นจากแต่ละการปฏิบัติการนั้นส่งผลดีต่อกันอย่างสูงสุด ที่สำคัญทั้งผู้บริหารนโยบายและผู้ปฏิบัติจะไม่เกิดความสงสัย คลุมเครือ ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรปฏิบัติ หรือไม่ควร

ท่านผู้อ่านหลายท่าน อ่านแล้วอาจเข้าใจว่า “นโยบายกำหนดแนวปฏิบัติ” ที่ผมเขียนถึงข้างต้น มันฟังดูคล้ายๆ “ยุทธศาสตร์” ที่ท่านเคยเขียนหรืออ่าน

จริงครับ “ยุทธศาสตร์” ที่เราๆ ท่านๆ เคยเขียน เคยอ่านกันสมัยก่อนก็จะเขียนประมาณนี้ครับ “อะไรควรทำบ้าง” แต่มันจะกว้างๆ จนไม่รู้ว่าอะไรทำได้ หรือทำไม่ได้ และไม่รู้ที่ไปที่มาว่า “อะไรควรทำบ้าง” นี้มันมาได้อย่างไร และทำไมเราต้องทำ หรือก็คือไม่ได้ทำ “การวิเคราะห์สถานการณ์” และ “ SWOT” อย่างที่ผมได้เขียนถึงมาก่อน

ยุทธศาสตร์ที่ดีนั้น ไม่ได้แค่ระบุว่า “อะไร” ที่ต้องทำบ้าง แต่ต้องมีเหตุผลประกอบว่า “ทำไม” ต้องทำอย่างนั้น และต้องรู้กรอบว่าต้องทำ “อย่างไร”

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดของการเขียนยุทธศาสตร์ ก็คือเขียนเพื่อสร้างให้องค์กรของเรา หรือประเทศของเราให้เกิด “ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบอย่างยั่งยืน” นั่นเอง ดังนั้น “นโยบายกำหนดแนวปฏิบัติ” จึงต้องระบุแนวทางการจัดการปัญหาอุปสรรคที่เราวิเคราะห์แล้วในหัวใจดวงที่หนึ่ง ซึ่งถ้าไม่จัดการปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวแล้ว เราก็จะไม่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบอย่างยั่งยืน

“นโยบายกำหนดแนวปฏิบัติ” ที่ดี จะช่วยสร้าง “ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบอย่างยั่งยืน” ได้จากเหตุผลหลายข้อด้วยกัน อาทิ 1.จากการที่เราสามารถคาดการณ์ ถึง “การปฏิบัติและการตอบสนอง Actions and Reactions” ของคู่แข่งได้ เพราะเมื่อเรามีการปฏิบัติการอะไรออกไป แน่นอนที่สุดว่าคู่แข่งก็ต้องตอบสนอง หรือตอบโต้

2.จากการลดลงความซับซ้อน สับสน ในสถานการณ์ ว่าใครต้องทำอะไร เมื่อไร อย่างไร 3.จากการที่เราสามารถใช้จุดความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่มี ที่ได้เราได้มาจากการทำ SWOT มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และ 4.จากการที่เรามีนโยบายและแผนปฏิบัติการที่สอดคล้อง ต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อกันและกัน

ท่านผู้อ่านพอเห็นภาพนะครับว่า ถ้าเราไม่มีหัวใจดวงที่สาม คือไม่มี “นโยบายกำหนดแนวปฏิบัติ” เราก็จะไม่มีแนวปฏิบัติที่ดี ที่เชื่อมโยงส่งผลดีต่อกันและกัน ซึ่งจะส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณ กำลังคน และทรัพยากรก็จะไม่ต่อเนื่อง สูญเปล่า (เหมือนที่ประเทศไทยกำลังเป็นอยู่หรือเปล่าครับ? เศร้าครั้งที่ 1)

“ยุทธศาสตร์” เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ เกี่ยวกับการลงมือทำต้องชัดเจน แต่อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางไม่ไห้เกิดการปฏิบัติ ก็คือความหวังลมๆ แล้งๆ ว่า การตัดสินใจที่ยากลำบากบางเรื่อง หรือการกระทำที่ยากๆ บางเรื่องนั้น ถ้าเราทิ้งเอาไว้ มันก็จะหายไปเองหรือเราจะได้ไม่ต้องตัดสินใจหรือทำ (เหมือนที่ประเทศไทยกำลังเป็นอยู่หรือเปล่าครับ? เศร้าครั้งที่ 2)

ผู้บริหารยุทธศาสตร์ที่ดีต้องตัดสินใจให้ได้ว่า อะไรต้องทำก่อนหน้าหลัง เมื่อตัดสินใจตรงนี้ได้นั่นแหละครับ การฏิบัติถึงจะเกิดขึ้น และเมื่อได้ผลดี หรือผลเสียจากการลงมือปฏิบัติไปแล้ว เราก็ต้องนำผลอันนั้นมาปรับปรุงยุทธศาสตร์ของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก (อันนี้ไม่ต้องเศร้าครับ เพราะเรายังไม่เคยลงมืออะไรกันเลย)

เชื่อผมนะครับว่า ไม่มีเครื่องมือใดๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยุทธศาสตร์ได้ดีเท่ากับการลงมือปฏิบัติครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน