
แนะตั้งฮับการเงินเอเชีย จี้เดินหน้าเอฟทีเอสู้วิกฤต
เอกชนเสนอตั้งศูนย์กลางการเงินในเอเชีย เร่งรัฐผลักดันทำเอฟทีเออาเซียนบวก 3 หรืออาเซียนบวก 6 และเอฟทีเอทรานส์แปซิฟิก สู้วิกฤตเศรษฐกิจ
เอกชนเสนอตั้งศูนย์กลางการเงินในเอเชีย เร่งรัฐผลักดันทำเอฟทีเออาเซียนบวก 3 หรืออาเซียนบวก 6 และเอฟทีเอทรานส์แปซิฟิก สู้วิกฤตเศรษฐกิจ
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายในงานประชุม The Third Asian Business Summit ว่า ที่ประชุมภาคเอกชนต้องการให้จัดตั้งศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ภูมิภาคก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ รวมทั้งมีการร่วมมือในกรอบการค้าและสร้างเครือข่ายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนร่วมกันมากขึ้น
นายฮิโรมะซะ โยเนะคูระ ประธานสมาพันธ์เศรษฐกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน) กล่าวว่า การรวมกลุ่มเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะการทำกรอบการค้าเสรีอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี) และอาเซียนบวก 6 (อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) รวมถึงเอฟทีเอทรานส์แปซิฟิก ซึ่งจะทำให้เกิดการบูรณา การทางเศรษฐกิจ ลดสิ่งกีดขวางทางการค้า และพัฒนาเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง
ทั้งนี้ จึงเสนอให้อาเซียนหาข้อตกลงให้ได้เกี่ยวกับการทำเอฟทีเออาเซียนบวก 3 และอาเซียนบวก 6 เพื่อไปนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในเดือน พ.ย. 2555 โดยญี่ปุ่นจะเร่งผลักดันให้ภาครัฐหาข้อตกลงการทำเอฟทีเอภายในปีนี้
ขณะเดียวกันต้องมีการปรับคุณภาพของเอฟทีเอ และข้อตกลงความร่วมมือหุ้นส่วนเศรษฐกิจ (อีพีเอ) เช่น เรื่องการลดภาษี การผ่านแดน ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายที่รวดเร็วขึ้น และธุรกิจการค้าต่างประเทศจะสามาถเข้าไปทำการค้าลงทุนได้มากขึ้น รวมถึงลดทอนการจำกัดการส่งออก ทำให้มีการเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น
นายยูปิง รองประธานสมาพันธ์ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประเทศจีน (ซีซีพีไอที) กล่าวว่า อาเซียนบวก 3 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องส่งเสริมอย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาทุกฝ่ายสนับสนุนเรื่องการรวมตัว แต่กลับไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะรวมตัวกันได้เมื่อไร จึงต้องตัดสินใจเรื่องกรอบเวลาเริ่มต้นร่วมมือ รวมทั้งต้องส่งเสริมความร่วมมือด้านอาหาร พลังงาน และความมั่นคง เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบเศรษฐกิจ
สำหรับการค้าของจีนในอาเซียนมียอดการค้ารวม 3.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนยังขาดดุลทางการค้าอยู่ จึงยังมีช่องทางอีกมากในการขยายการค้าร่วมกัน โดยจีนสนใจเข้ามาลงทุนในสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย
นายเนลสัน อันปิง ชาง รองประธานสมาคมการค้าและอุตสาหกรรม ประเทศไต้หวัน กล่าวว่า กรอบความร่วมมือสำคัญที่ควรจะมีร่วมกัน คือ การส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงิน การขยายการจัดหาเงินให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) และต้องมีการปรับนโยบายของภูมิภาคให้สอดคล้องกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน







