posttoday
สั่งเลิกศึกษาหาหินน้ำมันได้ไม่คุ้มเสีย

สั่งเลิกศึกษาหาหินน้ำมันได้ไม่คุ้มเสีย

11 กรกฎาคม 2555

ครม.เห็นชอบเลิกโครงการศึกษาแหล่งหินน้ำมัน พร้อมกำหนดเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย

ครม.เห็นชอบเลิกโครงการศึกษาแหล่งหินน้ำมัน พร้อมกำหนดเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคํา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอให้ยุติโครงการกำหนดพื้นที่เขตการศึกษา สำรวจ เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาแหล่งหินน้ำมันใน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งพบว่าแหล่งหินน้ำมันดังกล่าวมีคุณภาพต่ำ ไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์หากจะนำไปผลิตไฟฟ้าหรือสกัดเป็นน้ำมันหิน หรือนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเคมีและการกลั่น

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการตามแผนการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาแหล่งหินน้ำมันแอ่งแม่สอดเป็นแหล่งพลังงานและวัตถุดิบในอุตสาหกรรมในพื้นที่ 104 ตารางกิโลเมตร เป็นเขตเพื่อการศึกษา สำรวจ

นอกจากนี้ จะผลักดันการใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม (ซีเมนต์และก่อสร้าง) จากแหล่งหินน้ำมันแอ่งแม่สอดแทน โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.ยังมีมติเห็นชอบกำหนดเขตพื้นที่จัดการน้ำเสียตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีพื้นที่ที่องค์การจัดการน้ำเสียทำข้อตกลงบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่เทศบาลตำบลบางเสร่ จ.ชลบุรี พื้นที่เทศบาลเมืองพะเยา พื้นที่เทศบาลนครสงขลา พื้นที่แหลมฉบัง พื้นที่มาบตาพุด

ส่วนพื้นที่ที่องค์การจัดการน้ำเสียได้มีการทำบันทึกความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจะได้พัฒนาไปสู่การทำข้อตกลงการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียอย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองกระบี่, พื้นที่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์, พื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ รวมถึงพื้นที่ในแนวท่อระบายน้ำเสียและที่ตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่, พื้นที่เทศบาลนครนครสวรรค์, พื้นที่เทศบาลนครลำปาง, พื้นที่เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี, พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่, พื้นที่เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ, พื้นที่เทศบาลเมืองหนองบัวลำภู

ส่วนพื้นที่ตามเขตควบคุมมลพิษตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประกาศกำหนด ได้แก่ พื้นที่จังหวัดภูเก็ต, พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, พื้นที่อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา, พื้นที่หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่, พื้นที่อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, พื้นที่ตำบลหน้าพระลาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี, พื้นที่ตำบลมาบตาพุด ตำบลห้วยโป่ง ตำบลเนินพระ ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา และตำบลบ้างฉาง อำเภอบ้างฉาง จังหวัดระยอง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้มาตรการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชุมชนก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติรวมแล้ว 101 แห่ง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 83,000 ล้านบาท มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย รวม 3.2 ล้านลูกบากศ์เมตรต่อวัน คิดเป็น 22.8% ของปริมาณน้ำเสียชุมชนที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 7,852 แห่ง เห็นได้ว่าประเทศไทยต้องดำเนินการจัดการน้ำเสียในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกเป็นจำนวนมาก


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน