posttoday
ปั๊มตรายางเงินกู้มหึมา

ปั๊มตรายางเงินกู้มหึมา

10 กรกฎาคม 2555

คลังออกโรงหนุนรัฐบาลคลอด พ.ร.บ.กู้เงินก้อนมหึมามาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

คลังออกโรงหนุนรัฐบาลคลอด พ.ร.บ.กู้เงินก้อนมหึมามาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

นายคณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลเตรียมจะกู้เงิน 1.62 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตรงกับที่ สวค.เคยศึกษา ไว้ ซึ่งจะช่วยให้สัดส่วนการลงทุนของประเทศต่องบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 18% และการกู้เงินชุดนี้จะทำให้งบประมาณของไทยก้าวเข้าสู่งบประมาณสมดุลในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2560

นายคณิศ กล่าวว่า การกู้เงินในระดับดังกล่าวมีผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) น้อยมาก โดยคาดว่าในปี 2560-2561 หนี้สาธารณะสูงสุดจะมีสัดส่วนไม่เกิน 50% จากขณะนี้อยู่ในระดับกว่า 40% และไม่มีผลต่อการจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของไทย เพราะเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

“การจัดทำโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะสามารถตรวจสอบได้ง่าย และทำให้เห็นว่าเงินที่กู้นำไปใช้อะไรบ้าง จะทำให้โครงการต่างๆ สามารถเดินหน้าไปได้เร็วขึ้น ดีกว่าใส่ไว้ในงบประมาณที่บางปีได้รับจัดงบ แต่บางปีก็ไม่ได้รับการจัดสรร แต่มีข้อระวังคือต้องดูแลและตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันการรั่วไหลของเงิน” นายคณิศ กล่าว

ด้านนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า แม้จะมีการกู้เงินจำนวนมากแต่ก็ไม่มีปัญหา แต่การคัดเลือกโครงการเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากกว่าต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ว่า ใช้เงินกู้ให้เกิดประโยชน์และต้องไม่มีปัญหาความไม่โปร่งใสในแต่ละโครงการ

ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวว่า ทาง สบน. ไม่ได้เป็นผู้ทำร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 1.62 ล้านล้านบาท คาดว่าทางรัฐบาลจะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้จัดทำ เพราะเป็นโครงการที่รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้คัดเลือก ซึ่ง สบน.มีหน้าที่กู้เงินหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้

สำหรับ พ.ร.บ.เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ตอนนี้กู้เงินมาแล้ว 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่มีหน่วยงานมาเบิกเงินกู้ดังกล่าว คาดว่าอยู่ระหว่างดำเนินการเบิกจ่าย

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงว่า รัฐบาลไทยมีแนวคิดที่จะกู้เงินผ่านการออก พ.ร.บ.เงินกู้ เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1.62 ล้านล้านบาท ในระยะ 7 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า เพื่อลงทุนในโครงการสำคัญ เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ ที่ควรจะดำเนินการมานานแล้ว แต่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

พ.ร.บ.เงินกู้ชุดนี้จะทำบัญชีแยกออกมาจากระบบงบประมาณ ซึ่งจะทำให้งบประมาณเดินหน้าเข้าไปสู่สมดุลได้ในที่สุด แต่หนี้สินต่างๆ จะถูกแยกออกมาอยู่นอกงบประมาณ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลเตรียมที่จะออก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยจะไม่นำเข้าไปร่วมกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เพราะจะทำให้ประเทศเป็นหนี้และปัญหาอาจลุกลามเหมือนวิกฤตในยุโรป และหากใช้วิธีการกู้เงินอย่างนี้ หรือกู้โดยขาดดุลงบประมาณก็เป็นหนี้ของประชาชนเช่นกัน และกระบวนการใช้จ่ายเงินกู้จะไม่โปร่งใส เพราะไม่ได้รับการตรวจสอบจากสภา

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร