
ห่วงสต๊อกปาล์มขาด
พาณิชย์สั่งตรวจโรงสกัดด่วนขู่เก็บเซอร์ชาร์จ/นำเข้าแทน
พาณิชย์สั่งตรวจโรงสกัดด่วนขู่เก็บเซอร์ชาร์จ/นำเข้าแทน
พาณิชย์สั่งตรวจสต๊อกปาล์มโรงสกัด หลังพบส่งออกมากผิดปกติ ขู่เก็บค่าเซอร์ชาร์จต่อ พร้อมนำเข้าน้ำมันปาล์มแก้ขาดแคลน
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมการค้าภายในส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบโรงสกัดและโรงกลั่นทั้งหมดว่ามีสต๊อกน้ำมันปาล์มเหลืออยู่เท่าไหร่ หลังจากได้รับรายงานว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบขณะนี้ลดต่ำลงมาก หรือต่ำกว่า 2 แสนตัน ในระดับปกติ
ทั้งนี้ คาดว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบเดือน ส.ค.นี้ อาจเข้าขั้นวิกฤตหรือลดลงเหลือแค่ 1.3 แสนตัน หากสถานการณ์ผลผลิตปาล์มในประเทศยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวนทำให้ผลผลิตลดลง 20% ต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลง อาจเกิดจากความพยายามส่งออกน้ำมันปาล์มไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อทำให้ตลาดปั่นป่วน เพราะจากข้อมูลการส่งออกเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีปริมาณส่งออกมากถึง 45 หมื่นตัน ทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศมีราคาสูงกว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพื่อนบ้านมาก
นายบุญทรง กล่าวว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการส่งออกเพื่อจงใจทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในประเทศปั่นป่วน กระทรวงพาณิชย์จะกลับมาใช้มาตรการเก็บภาษีส่งออกน้ำมันปาล์ม (เซอร์ ชาร์จ) ในอัตรา 10% ใหม่อีกครั้ง หลังจากที่มาตรการเก็บเซอร์ชาร์จเดิมได้หมดระยะเวลาลงเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา และยังไม่มีการต่อระยะเวลามาตรการออกไปอีก
พร้อมกันนี้ จะเสนอมาตรการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศเข้ามาแก้ไขปัญหาการขาดแคลนสต๊อกภายในประเทศต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ภายในเดือน ก.ค. ซึ่งยังเหลือโควตานำเข้าได้อีก 3 หมื่นตัน จากที่ กนป.อนุมัติไว้ 4 หมื่นตัน โดยปริมาณนำเข้ารอบใหม่ยังไม่ระบุว่าจะมากเท่าไหร่ เพราะต้องรอผลการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์มจากกรมเสียก่อน โดยจะนำมาผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขายราคา 42 บาท
ขณะที่การทบทวนเพดานราคาน้ำมันปาล์มตามที่เอกชนเสนอนั้น จะยังไม่มีการทบทวน เพราะราคาปัจจุบันยังผันผวนมาก ซึ่งต้องรอให้สถานการณ์ราคานิ่งก่อน







