
เอสซีจีลงทุนเพิ่ม5หมื่นล.
ตั้งงบ2แสนล.5ปี ซื้อกิจการอาเซียนได้หุ้นถูกยามวิกฤต
ตั้งงบ2แสนล.5ปี ซื้อกิจการอาเซียนได้หุ้นถูกยามวิกฤต
เอสซีจี ปรับเพิ่มงบลงทุนเป็น 2 แสนล้าน จาก 1.5 แสนล้าน มองวิกฤตยุโรปเป็นโอกาสรุกซื้อกิจการอาเซียนราคาถูก
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทปรับแผนการลงทุนใน 5 ปี (2555-2559) โดยจะเพิ่มวงเงินลงทุนจากเดิม 1.5 แสนล้านบาท เป็น 2 แสนล้านบาท ซึ่งจะเน้นลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก เพิ่มสัดส่วนจากเดิม 20% เป็น 50% ที่เหลือเป็นการลงทุนในประเทศ ทั้งนี้จะเสนอแผนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในเดือน ส.ค.นี้
“อาเซียนมีทิศทางการขยายตัวที่ดี หลังจากรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นตลาดเดียวในปี 2558 ซึ่งมีประชากรกว่า 600 ล้านคน การขยายการลงทุนจะเน้นเรื่องการควบรวมกิจการในรูปแบบการซื้อหุ้นเป็นหลักมากกว่ารูปแบบกรีนฟิลด์ หรือลงทุนเองทั้งหมด จะทำให้การขยายกิจการเป็นไปอย่างรวดเร็ว” นายกานต์ กล่าว
กรรมการผู้จัดการใหญ่ ยอมรับว่าปัญหาหนี้ยุโรปส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจะต้องลงทุนด้วยความระมัดระวัง แต่ในขณะเดียวกันก็นับเป็นโอกาส เพราะการเข้าซื้อหุ้นเพื่อควบรวมกิจการอาจจะได้ราคาถูกลง โดยจะพิจารณาทั้ง 3 ธุรกิจหลัก คือ ปิโตรเคมี ปูนซีเมนต์วัสดุก่อสร้าง และกระดาษ ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาอยู่หลายกิจการ และการลงทุนอยู่บนเป้าหมายจะมีผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15%
สำหรับการลงทุนในอาเซียนปัจจุบัน เอสซีจีมีการค้าขายลงทุนทุกประเทศ มีสินทรัพย์ในอาเซียนยกเว้นไทย 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 14% จากสินทรัพย์ของเอสซีจีทั้งหมด 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท มีพนักงานในอาเซียนประมาณ 1 หมื่นคน นอกเหนือจากในไทยที่มีประมาณ 2.8 หมื่นคน โดยลงทุนในอินโดนีเซียมากที่สุดประมาณ 970 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยเวียดนามประมาณ 380 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับการลงทุนในพม่าซึ่งกำลังเปิดประเทศนั้น นายกานต์ กล่าวว่า กำลังพิจารณาแผนการลงทุนโรงงานปูนซีเมนต์ กำลังผลิต 1.8-1.9 ล้านตันต่อปี เพื่อตอบสนองการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นสูงมาก โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ส่งออกปูนซีเมนต์ไปพม่าจากโรงงานทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในอัตราเติบโตสูงขึ้นตลอด โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มียอดขายรวม 3 ล้านตัน โดยในปี 2554 มียอดขายสูงถึง 1.7 ล้านตัน นอกจากนี้ปูนซิเมนต์ไทยพร้อมพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติมในพม่า หลังจากพม่ามีการประกาศปฏิรูปทุกด้าน สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น จนต่างชาติทยอยยกเลิกการคว่ำบาตร
“เอสซีจีมีโอกาสมากในอาเซียน ซึ่งจะสร้างแบรนด์จนเป็นที่ยอมรับในทุกประเทศ นอกจากทำการค้าการลงทุนแล้ว เรายังเข้าไปช่วยด้านกิจกรรมสังคม (ซีเอสอาร์) เพื่อให้ก้าวไปด้วยกัน เช่น โครงการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กในอาเซียน “แชร์ริง เดอะ ดรีม” จำนวน 5,000 ทุน เป็นต้น” นายกานต์ กล่าว







