
แท็บเล็ตป.1ช้า8หมื่นเครื่องไอซีทีเร่ง‘เซ็นสโคป’ยันยังดี
แท็บเล็ต ป.1 ถึงไทยแค่ 2 หมื่นเครื่อง พลาดเป้าไป 8 หมื่นเครื่อง ไอซีทีเร่งเซ็นสัญญาสโคปสั่งซื้อเพิ่มเพื่อให้ผู้ผลิตมั่นใจ
แท็บเล็ต ป.1 ถึงไทยแค่ 2 หมื่นเครื่อง พลาดเป้าไป 8 หมื่นเครื่อง ไอซีทีเร่งเซ็นสัญญาสโคปสั่งซื้อเพิ่มเพื่อให้ผู้ผลิตมั่นใจ
รายงานข่าวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ผู้ผลิตแท็บเล็ต ป.1 ได้จัดส่งแท็บเล็ตที่ผลิตแล้วเพียง 2 หมื่นเครื่อง จากแผนเดิมต้องส่งมาที่ไอซีทีแล้ว 1 แสนเครื่อง ซึ่งสาเหตุที่ส่งช้านั้นอาจมาจากการที่ทางสโคปไม่มั่นใจในการดำเนินการของไอซีทีที่สั่งซื้อเพียง 4 แสนเครื่องในล็อตแรก เพราะงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ ตามแผนเดิมหลังล็อตแรก 1 หมื่นเครื่อง จัดส่งมาวันที่ 22 มิ.ย.แล้ว ทางสโคปต้องทยอยจัดส่งตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. อีกวันละ 12,288 เครื่อง และวันสุดท้ายที่จะจัดส่ง คือ วันที่ 18 ส.ค. จำนวน 19,360 เครื่อง แต่จนถึงขณะนี้ไอซีทีได้รับเพียง 2 หมื่นเครื่อง ซึ่งกระทบต่อการตรวจรับ ที่ต้องตรวจทุกครั้งที่การส่งแท็บเล็ตครบ 5 หมื่นเครื่อง แต่เพราะยังส่งไม่ครบ 5 หมื่นเครื่อง จึงยังไม่สามารถใช้การตรวจรับเครื่องด้วยวิธีสุ่มทดสอบตามมาตรฐาน (MILSTD105E) ได้
นอกจากนี้ การที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ได้เข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การดำเนินการไม่ค่อยคืบหน้าเท่าที่ควร เพราะเดิมได้กำหนดไว้ว่า จะเริ่มแจกแท็บเล็ตที่ จ.กระบี่ เป็นจังหวัดแรก แต่เมื่อถูก สตง.ตรวจสอบ จึงเลื่อนการแจกออกไปก่อน
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า จะเซ็นสัญญาสั่งซื้อกับทางสโคปเพิ่มอีกกว่า 4 แสนเครื่อง วันที่ 9 ก.ค.นี้ สาเหตุที่ไม่สั่งซื้อได้ในครั้งเดียว เนื่องจากต้องใช้เวลารวมงบประมาณจากทุกหน่วยงานที่ดูแลนักเรียน ป.1 ทั่วประเทศ แต่มั่นใจโครงการนี้สำเร็จแน่
อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดซื้อและกระบวนการผลิตต่างๆ ยังคงเดินหน้าต่อไป และเป็นคนละส่วนกับการตรวจสอบจาก สตง.เนื่องจากไอซีทีได้ส่งเอกสารรายชื่อคณะกรรมการแต่ละชุดตามที่สตง.ได้ขอมาแล้ว ซึ่งสตง.มีสิทธิ์ตรวจสอบและไอซีทีไม่ได้ กังวลแต่อย่างใด เพราะทุกอย่างดำเนินการมาอย่างถูกต้อง
ที่ผ่านมา โครงการแท็บเล็ตป.1 ประสบปัญหามาโดยตลอดนับตั้งแต่การเซ็นสัญญากับทางสโคป ที่สโคปไม่พอใจเนื้อหาในสัญญาที่ระบุว่า รัฐบาลไทยสามารถยกเลิกการสั่งซื้อกับทางสโคปเมื่อไรก็ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเซ็นสัญญาจะเกิดขึ้น แต่เครื่องที่ส่งมานั้นไม่ได้เป็นไปตามที่ทีโออาร์กำหนด ซึ่งไอซีทียืนยันที่จะเดินหน้าการผลิต เพราะเห็นว่าสเปกที่ไม่ตรงนั้นสามารถปรับใช้เข้ากับการใช้งานในประเทศไทยได้







