
ชงสคบ.ต่ออายุตราสินค้าต่อปี
ตีกันผู้ผลิตไม่รักษามาตรฐาน ‘วรวัจน์’ย้ำคุมเข้มก่อนแจก
ตีกันผู้ผลิตไม่รักษามาตรฐาน ‘วรวัจน์’ย้ำคุมเข้มก่อนแจก
องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคหวั่นผู้ประกอบการใช้ตราสินค้าเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้บริโภค แนะต่ออายุปีต่อปี
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสหพันธ์องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การออกตรารับรองสินค้าต่างๆ จะต้องคุมเข้มข้อกำหนดการรักษามาตรฐานให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับตรารับรองสินค้าไปแล้ว ซึ่งส่วนตัวมองว่าควรต่ออายุการได้รับตรารับรองสินค้าแบบปีต่อปี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค
“ต้องมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้บริโภคในการช่วยกันสอดส่องดูแล รวมถึงกำหนดบทลงโทษเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อจากตรารับรองสินค้าดังกล่าว” น.ส.สารี กล่าว
ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงการเตรียมออกตรารับรองสินค้าเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค 26 ประเภท ภายในสิ้นปีนี้ ว่า หลักเกณฑ์การให้ตราสินค้าจะต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย อาทิ การเสียภาษีสรรพสามิต ศุลกากร ขนส่ง อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่จะรับตรารับรองดังกล่าวจะต้องมีระบบเยียวยาผู้บริโภคภายใต้ความไว้วางใจของ สคบ. ซึ่งอาจเป็นรูปแบบกองทุนหรือการรับประกัน ขึ้นอยู่กับการบริหารของบริษัทนั้นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการรักษามาตรฐานหลังการมอบตรารับรองให้ผู้ประกอบการไปแล้ว และเยียวยาผู้บริโภคหากเกิดปัญหา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับสมัครผู้ประกอบการ โดยให้สมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมประชาสัมพันธ์เพื่อให้มีผู้ประกอบการมาสมัครสูงสุด
ทั้งนี้ การกำหนดออกตรารับรองประเภทสินค้าและบริการนำร่องจำนวน 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจทองคำรูปพรรณ ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้ว ธุรกิจให้บริการซ่อมรถยนต์ และธุรกิจขายตรง
“ถือได้ว่าทั้ง 4 ประเภทดังกล่าว เป็นธุรกิจที่มีความพร้อมสูงสุดที่สามารถรับรองได้อย่างธุรกิจทองรูปพรรณ ส่วนธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามามากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดเงื่อนไขให้สามารถรับรองสินค้าได้” นายวรวัจน์ กล่าว
นอกจากนี้ ในอนาคตหากธุรกิจทั้งหมดได้รับการรับรองสินค้าดังกล่าว เพื่อการเปิดเขตเสรีเศรษฐกิจการค้า (เออีซี) ในปี 2558 เพื่อโปรโมตสินค้าในระเทศอื่นๆ ในเออีซี จะต้องมีตรารับรองสินค้าก่อนการทำตลาดสู่ภูมิภาค







