posttoday
สินมั่นคงเคลมผ่านสมาร์ตโฟน

สินมั่นคงเคลมผ่านสมาร์ตโฟน

03 กรกฎาคม 2555

ตั้งเป้าปีนี้เบี้ยประกันโต17% รักษาแชมป์อันดับ2ประกันรถ

ตั้งเป้าปีนี้เบี้ยประกันโต17% รักษาแชมป์อันดับ2ประกันรถ

สินมั่นคงเดินหน้าปั๊มเบี้ย 5 เดือนแรกกวาดแล้ว 3,300 ล้านบาทโต 16-17% มั่นใจรักษาส่วนแบ่งที่ 2 เหมือนเดิม

นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาบริษัททำเบี้ยได้แล้ว 3,300 ล้านบาทเติบโต 16-17% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเบี้ยประกันรถยนต์ยังเป็นรายได้หลักของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ารถยนต์อยู่ประมาณ 5 แสนราย

“เราคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้จะได้เบี้ยตามเป้าที่ตั้งไว้ 8,005 ล้านบาท ซึ่งอาจเกินเป้าเล็กน้อย และคงยังอยู่ที่อันดับ 2 ด้านเบี้ยประกันภัยรถยนต์อยู่เหมือนเดิม” นายเรืองเดช กล่าว

นายเรืองเดช กล่าวว่า ภาพรวมของประกันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากวิกฤตยุโรปก็คงมีน้อยมากหรือเศรษฐกิจภายในประเทศก็มีรัฐบาลคอยกระตุ้นเรื่องการใช้จ่ายอยู่ แต่สิ่งที่มีความเสี่ยงและน่าเป็นห่วงมากที่สุดสำหรับธุรกิจประกันคงเป็นเรื่องของปัญหาน้ำท่วมใหญ่มากกว่าที่น่ากังวล

ทั้งนี้ ในส่วนของเบี้ยประกันภัยพิบัตินั้น ถือว่ายังขายได้น้อยมากซึ่งตั้งแต่เปิดขายมาเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีลูกค้ารายย่อยที่ซื้อประกันอัคคีภัยพ่วงภัยพิบัติไปแค่ 700-800 กรมธรรม์ หรือได้เบี้ยประมาณ 1.4-1.6 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้ารายใหญ่บริษัทไม่ได้ขายมากนักเนื่องจากไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนเงินลงทุนที่มีอยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาทนั้น ช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าได้ตามเป้ามีผลตอบแทนแล้ว 4.5% ซึ่งได้มาจากผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยและราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น แต่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะมีการปรับแผนการลงทุนกันใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น เช่น การเข้าไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น

นายเรืองเดช กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแอพพลิเคชันใหม่ “SMK Speed App” ผ่านการใช้งานบนเครื่องสมาร์ตโฟน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเคลมค่าสินไหมได้ด้วยตัวเอง กรณีที่รถยนต์ประสบอุบัติเหตุโดยไม่มีคู่กรณี ซึ่งจะมีขั้นตอนและใช้เวลาเคลมไม่เกิน 5 นาที จากปกติที่ต้องรอให้พนักงานเคลมไปถึงที่เกิดเหตุก่อน ซึ่งบริการใหม่นี้เป็นผลมาจากการสำรวจความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเรื่องความสะดวกและรวดเร็ว ที่สำคัญยังสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่เริ่มใช้เครื่องสมาร์ทโฟนมากกว่าโทรศัพท์มือถือธรรมดา

นอกจากนี้ คาดว่าบริการใหม่จะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนด้านพนักงานเคลมได้ประมาณ 25% และกับการใช้เงินลงทุนไป 7 ล้านบาทซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้นี้เป็นแบบเดียวกับที่สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ใช้และสามารถป้องกันเรื่องการรั่วไหลได้เนื่องจากไม่สามารถดัดแปลงแก้ไขภาพที่ถ่ายได้

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา