posttoday
หวั่นเอสเอ็มอีตกขบวนเออีซี

หวั่นเอสเอ็มอีตกขบวนเออีซี

02 กรกฎาคม 2555

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจเอสเอ็มอีไทยกว่า 80% ไม่พร้อมเข้าสู่เออีซี หวั่นแข่งขันยากทางธุรกิจ

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจเอสเอ็มอีไทยกว่า 80% ไม่พร้อมเข้าสู่เออีซี หวั่นแข่งขันยากทางธุรกิจ

นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทย ที่มีอยู่ประมาณ 2.9 ล้านรายทั่วประเทศ พบว่ายังไม่มีความเข้าใจและเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ถึง 80% ในขณะที่มีเพียง 20% เท่านั้นที่พร้อม

ขณะที่เหลืออีก 80% ยังไม่มีความรู้และเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก เพราะหากเอสเอ็มอีไทยไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ย่อมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของไทย เพราะเอสเอ็มอีคิดเป็น 90% ของภาคธุรกิจไทย และเป็นเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ

ทาง ส.อ.ท.จะมีแผนงานร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในปี 2555 เพื่อเข้าไปให้ความรู้กับเอสเอ็มอีใน 18 กลุ่มคลัสเตอร์ทั่วประเทศ ให้ทราบถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบและโอกาสเมื่อไทยเข้าสู่เออีซี ซึ่งยอมรับว่าคงจะทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

เพราะภาครัฐควรจเข้ามาให้ความรู้ วิสาหกิจชุมชนหรือโอท็อป รวม ถึงประชาชนคนไทยทั่วไปควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เข้าใจข้อมูลที่แท้จริงว่าจะเปิดเสรีอะไรบ้าง และส่วนไหนควรเตรียมตัวอย่างไรโดยส่วนของภาครัฐนั้นขณะนี้เข้ามาทำกิจกรรมน้อยมาก

“หากพิจารณางบประมาณจากภาครัฐที่จะเข้ามาดูแลในการเตรียมพร้อมรองรับเออีซี ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเอกชนต้องการให้ภาครัฐบาลมีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญให้กับเอสเอ็มอี เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจทำธุรกิจ เช่น ข้อมูลสินค้าสำคัญๆ ของเอสเอ็มอีประเทศเพื่อนบ้าน ทิศทางและแนวโน้ม เป็นต้น” นายสมมาต กล่าว

นายเวชกร กอบกุลไชย รองประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหาร กล่าวว่า คลัสเตอร์อาหารมีสมาชิกที่เป็นเอสเอ็มอีประมาณ 39 ราย โดยสมาชิกมีการส่งออกสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านส่วนหนึ่ง เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสมาชิกยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่เออีซี เนื่องจากมีหลายปัจจัยทั้งแง่ของความรู้ความเข้าใจต่อเออีซี ด้านกฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้าน การใช้ภาษา ตลอดจนต้นทุนค่าจ้างงานที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละ 300 บาท“สินค้าอาหารของไทยในส่วนของเอสเอ็มอียอมรับว่าการแข่งขันเริ่มมีมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตเพราะคู่แข่งก็เริ่มพัฒนาเช่นกัน และพบว่าเพื่อนบ้านสามารถผลิตสินค้ามีต้นทุนต่ำลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะจีน เวียดนาม เพราะรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในหลายๆ ด้านแต่เอสเอ็มอีไทยต้องต่อสู้เอง เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน สิทธิประโยชน์รัฐก็มักจะให้แต่อุตสาหกรรมที่เป็นรายใหญ่”นายเวชกร กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน