
ปูนใหญ่ทบทวนแผน5ปี
หลังศก.โลกทรุดระวังลงทุนผูกพัน-เตือนเอสเอ็มอีรับเออีซี
หลังศก.โลกทรุดระวังลงทุนผูกพัน-เตือนเอสเอ็มอีรับเออีซี
เอสซีจีเจอมรสุมเศรษฐกิจโลกรุมเร้า เตรียมทบทวนแผน 5 ปี พร้อมแนะเอสเอ็มอีต้องปรับตัวรับเสรีการค้า
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมทบทวนแผนการลงทุนระยะกลาง 5 ปี ในรอบระหว่างปี 2556–2560 หลังจากเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะเสี่ยง โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรปยังไม่มีความชัดเจน
ขณะที่เศรษฐกิจในสหรัฐมีทีท่าปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางไว้ ซึ่งมีผลให้บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงให้รอบด้าน ก่อนตัดสินใจลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ผูกพันในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยถ้าได้ข้อสรุปต่างๆ แล้ว ก็จะนำแผนต่างๆ เข้าเสนอบอร์ดอีกครั้ง
สำหรับวิกฤตยุโรปในระยะสั้น จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเคมีภัณฑ์ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักมากกว่า 50% แต่เชื่อว่าในไตรมาส 3 จะปรับตัวดีขึ้น ส่วนราคาน้ำมันแม้ว่าจะมีการปรับลดลงจากช่วงต้นปี แต่ยังคงต้องจับตามอง เพราะถือว่ามีความผันผวนสูงมาก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจเคมีภัณฑ์จะได้รับผลกระทบ แต่ธุรกิจซีเมนต์มีการเติบโตที่ดีมากตั้งแต่ไตรมาส 2 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเติบโตควบคู่ไปกับกลุ่มวัสดุก่อสร้างทั้งหมด โดยคาดว่าในครึ่งปีหลังภาพรวมปริมาณการใช้ซีเมนต์จะขยายตัวได้อีก 5%
ด้านการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ผู้ประกอบการรายเล็กต้องเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วน เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่ปีก็ต้องเปิดเสรีทางการค้าแล้ว โดยมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ ควรให้การสนับสนุนด้านการพาไปดูงาน ศึกษาตลาดในอาเซียน ความต้องการรูปแบบสินค้า บรรจุภัณฑ์ เพื่อนำมาปรับปรุงให้สอดรับกับความต้องการ
นอกจากนี้ ยังต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างแบรนด์ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมั่นใจว่าสินค้าท้องถิ่นของคนไทยได้รับความสนใจของต่างชาติ แต่ที่ผ่านมาแบรนด์ที่ไม่ชัดเจนทำให้ซื้อสินค้าได้เพียงครั้งเดียว แล้วไม่สามารถสั่งเพิ่มต่อเนื่องได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเร่งปรับตัว







