posttoday
รายเล็กไม่พร้อมเปิดเสรี

รายเล็กไม่พร้อมเปิดเสรี

27 มิถุนายน 2555

อุตฯอาหารน่าห่วงไร้แผนทำตลาด อ้อนรัฐช่วยส่งเสริมปรับตัวรับเออีซี

อุตฯอาหารน่าห่วงไร้แผนทำตลาด อ้อนรัฐช่วยส่งเสริมปรับตัวรับเออีซี

ห่วงเอสเอ็มอีกลุ่มอาหารไม่พร้อมร่วมวงเออีซี ขาดข้อมูลคู่ค้า การตลาดไม่เก่ง

นางอรวรรณ แก้วประกายแสงกูล รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยผลสำรวจความพร้อมอุตสาหกรรมอาหารไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร 55.2% ยังไม่มีความพร้อมรับมือกับการเปิดเออีซี

ประเภทธุรกิจที่ไม่พร้อมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มค้าข้าว ผู้ผลิตน้ำมันพืช แปรรูปผักผลไม้ ธุรกิจเครื่องดื่ม และอาหารทะเลแปรรูป เนื่องจากผู้ประกอบการยังไม่ได้มีมาตรการใดๆ รับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ดังนั้น จึงมีการเรียกร้องต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือในการปรับตัว เช่น ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเออีซีอย่างทั่วถึง การปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างภาษีให้เอื้อต่อการแข่งขันและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงกับการเปิดเสรีการค้าในภูมิภาค

รายเล็กไม่พร้อมเปิดเสรี

อย่างไรก็ดี สถาบันอาหารได้เร่งกำหนดแผนเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมในการเข้าสู่เออีซีมากขึ้น เช่น การเพิ่มความรู้ความเข้าใจเชิงลึกด้านการค้าและการผลิตอาหารให้แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมอาหาร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในกลุ่มประเทศเออีซีเน้นการจัดสัมมนา เวิร์ก ช็อปจับคู่ธุรกิจ และศึกษาดูงานในประเทศสมาชิก เป็นต้น

“กลุ่มที่ยังไม่พร้อมในการเปิดเออีซีจะเป็นกลุ่มที่ทำตลาดในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะต่างจากผู้ที่ผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลักจะมีการเตรียมความพร้อมอย่างมากและคงไม่เสียเปรียบเพื่อนบ้านแน่นอนหากมีการเปิดเออีซีในปี 2558” นางอรวรรณ กล่าว

ด้านนายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันในการทำธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์อาหารของไทยในตลาดเออีซีว่า สินค้าอาหารของไทยนั้นมีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาดอาเซียน แต่กลุ่มเอสเอ็มอีส่วนใหญ่จะมีปัญหาด้านการทำตลาดเนื่องจากขาดข้อมูลในเชิงลึก โดยเฉพาะเรื่องรสนิยมของผู้บริโภคแต่ละประเทศซึ่งมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องเรียนรู้จึงจะสามารถผลิตสินค้าป้อนตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังขาดความเข้าใจเรื่องกฎหมายที่ดีพอทั้งที่เป็นมาตรการด้านการภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี ซึ่งแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะมีข้อตกลงเปิดเสรีต่อกันแต่รายละเอียดปลีกย่อยก็ต้องขึ้นอยู่แต่ละประเทศด้วย จึงจำเป็นต้องศึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนหรือดำเนินธุรกิจ

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจในสถานการณ์การแข่งขันในตลาดประเทศนั้นๆ ด้วยว่ากำลังทำธุรกิจแข่งอยู่กับใครและเป็นนักลงทุนจากประเทศใด รวมถึงสามารถเข้าไปเป็นเครือข่ายพันธมิตรกับใครได้บ้าง เพื่อเอื้อต่อการทำธุรกิจของตัวเองไม่จำเป็นต้องมุ่งแข่งขันเพียงทางเดียว

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย