posttoday
แก้วิกฤตยุดรป ต้องสลัด'กรีซ'ทิ้ง

แก้วิกฤตยุดรป ต้องสลัด'กรีซ'ทิ้ง

25 มิถุนายน 2555

วิกฤตหนี้เสียของสหภาพยุโรป (อียู) ที่เริ่มต้นจากกรีซและเริ่มลุกลามไปยังสเปน อิตาลี และยังไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะหยุดเมื่อไหร่

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง / เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

วิกฤตหนี้เสียของสหภาพยุโรป (อียู) ที่เริ่มต้นจากกรีซและเริ่มลุกลามไปยังสเปน อิตาลี และยังไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะหยุดเมื่อไหร่ นั่นคือสิ่งที่ทุกคนวิตก หากปัญหาได้รับการแก้ไขเบ็ดเสร็จโดยเร็ว ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะน้อย แต่หากแก้ไม่เสร็จ ความรุนแรงจะขยายวงมากขึ้น

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาหลายรอบจนนับว่าเป็นนายแบงก์ที่มีประสบการณ์สูงที่สุดคนหนึ่ง

อภิศักดิ์ มองวิกฤตหนี้เสียของอียู ว่า หากอียูไม่ตัดกรีซออกจากยูโรโซน วิกฤตนี้จะลากยาวและลามไปยังประเทศอื่นในสหภาพยุโรป

เขามองว่า ขณะนี้กรีซไม่มีความสามารถชำระหนี้อีกแล้ว ไม่มีอุตสาหกรรมอะไรนอกจากท่องเที่ยว และยิ่งคนในประเทศประท้วงนโยบายรัดเข็มขัดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่เข้าไป ประเทศก็ไม่มีรายได้

แก้วิกฤตยุดรป ต้องสลัด'กรีซ'ทิ้ง

อภิศักดิ์ กล่าวว่า เปรียบเทียบเหมือนกรีซเป็นบริษัทที่มี EBIDA ติดลบ ไม่ว่าจะอัดฉีดเงินเข้าไปมากแค่ไหนก็เหมือนเลี้ยงไข้ จะต้องใส่เงินเข้าไปไม่สิ้นสุด เพราะประเทศไม่มีรายได้พอจะใช้หนี้ใคร

“หนี้ท่วมประเทศของกรีซ เป็นหนี้ของรัฐบาล ไม่ใช่หนี้ของเอกชนเหมือนไทยในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ถ้าจะให้กรีซฟื้นต้องทำให้งบดุลของประเทศเป็นบวก ซึ่งมันยาก ไม่มีใครกล้าให้กู้ เพราะกลัวโดนเบี้ยวหนี้ และเมื่อไม่จัดการให้เด็ดขาด วิกฤตก็ลามไปยังสเปน อิตาลี และจะเริ่มต่อไปอีก ยิ่งสถาบันจัดอันดับอย่างมูดี้ส์ เอสแอนด์พี ลดอันดับเครดิตสถาบันการเงินในประเทศอื่นในอียู ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง” อภิศักดิ์ กล่าว

สำหรับปัญหาของอียูแก้ยากกว่าสหรัฐ เพราะนำเอาเศรษฐกิจของหลายประเทศไปผูกไว้กับค่าเงินสกุลเดียวกัน ทางแก้อย่างเด็ดขาดมีทางเดียวคือจะต้องตัดกรีซออก ไม่เช่นนั้นวิกฤตจะลามไม่หยุด

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังมองไม่ออกว่าทางอียูจะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตของกรีซ จะเลือกเลี้ยงไข้หรือผ่าตัด ผลกระทบมันจะเกิดกับประเทศอื่นๆ ทั้งหมด รวมทั้งไทยด้วย

ขณะนี้ทั้งสามประเทศที่สถาบันการเงินโดนลดอันดับเครดิต ประชาชนก็แห่ถอนเงิน ตอนนี้เงินไหลเข้าไปในเยอรมนีมากจนธนาคารกลางเยอรมนีต้องลดดอกเบี้ยลงมา เพื่อลดภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

อภิศักดิ์ กล่าวว่า มองวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์และวิกฤตหนี้เสียของยุโรปนั้น ก็เหมือนกับวิกฤตต้มยำกุ้งของไทยเมื่อปี 2540 แต่ของไทยหนี้ต่างประเทศที่สูงมากๆ นั้นเป็นหนี้ของเอกชน ดังนั้นเมื่อลอยค่าเงินบาทเอกชนก็เจ็บหมด แต่แล้วในที่สุดก็ปรับตัวกลับมาได้ ธนาคารก็ตัดหนี้เสียทิ้ง เราเลือกการผ่าตัดเจ็บปวดแต่หายเร็ว

แต่สำหรับอียูนั้น เมื่อไปใช้เงินสกุลเดียวกัน เศรษฐกิจก็ผูกพันกัน หากประเทศสมาชิกอียูไม่ช่วยกรีซก็กลัวว่าตัวเองจะลามไปด้วย แต่หากเลือกเลี้ยงไข้ต่อไป โอกาสที่จะลามบานปลายจะสูงมากกว่าที่จะจบ เพราะใส่เงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ

อภิศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องจับตาดูวิกฤตเศรษฐกิจในอียูอย่างใกล้ชิด เพราะหากลุกลามใหญ่โตกว่านี้จะทำให้เกิดเงินไหลออก มีหลายคนคิดว่าภูมิภาคนี้เศรษฐกิจยังดี เงินมีที่ไปก็ต้องไหลเข้ามาลงทุนในย่านนี้รวมทั้งไทยด้วย

แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนี้ สถานการณ์จะเหมือนกับวิกฤตซับไพรม์ในสหรัฐ ที่หนี้เสียเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้ทั้งสถาบันการเงินและบริษัทเอกชนต้องเพิ่มทุนมหาศาล

ฉะนั้น ภาคเอกชนและภาคการธนาคารของอียูจะดึงเงินทุนกลับไปเพิ่มทุน เสริมสภาพคล่อง ช่วยเหลือบริษัทแม่ของตัวเองก่อน เกิดผลกระทบชิ่งไปทั้งโลก ที่มีบริษัทเอกชนสหรัฐไปลงทุนอยู่ และต้องขายหุ้นที่ถือในบริษัทลูกต่างประเทศราคาถูก เพื่อขนเงินกลับไปให้ได้มากที่สุด

สำหรับผลกระทบต่อไทยก็ต้องระวังเงินทุนไหลออกอย่างเดียว อย่าคิดว่าเงินจะไหลเข้า เพราะเงินไม่มีที่ไป และเขาต้องนำเงินกลับไปช่วยตัวเองก่อน

นอกจากนี้ ผู้ส่งออกของไทยนอกจากจะมีคำสั่งซื้อน้อยลง ยังมีความเสี่ยงที่จะเก็บเงินปลายทางไม่ได้ด้วย เพราะแอลซีที่เปิดจากธนาคารในยุโรปตอนที่รับออร์เดอร์อาจจะมีฐานะดีอยู่ แต่เมื่อผลิตสินค้าและส่งมอบไปแล้ว อีก 2 เดือนโดน มูดี้ส์ เอสแอนด์พี หรือ ฟิทช์ ลดอันดับเครดิต ก็จะเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องและปัญหาความน่าเชื่อถือ

“ขอให้ผู้ส่งออกทำประกันการส่งออกลดความเสี่ยงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าว

อภิศักดิ์ กล่าวว่า ข้อแนะนำสำหรับรัฐบาลในขณะนี้ก็คือติดตามสถานการณ์หนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ หากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี ถือว่าลูกค้าเริ่มขาดสภาพคล่องรายได้เริ่มไม่มีเข้ามาแล้ว

ฉะนั้น รัฐบาลควรจะต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเหมือนช่วงวิกฤตซับไพรม์ของสหรัฐ รัฐบาลในขณะนั้นทำโครงการไทยเข้มแข็งฉีดเงินออกสู่รากหญ้าโดยตรง ก็ช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้ช่วยเลี้ยงภาวะเศรษฐกิจไว้

ขณะนี้เงินในประเทศมีจำกัด รัฐบาลจะต้องระวังการใช้เงินให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะเงินจะเริ่มเหือดจากตลาดอย่างรวดเร็วหากสถานการณ์เลวร้าย เงินจะเริ่มทยอยไหลออก ค่าเงินบาทก็จะเริ่มอ่อนตัวลง ซึ่งในช่วงนี้ก็เห็นสัญญาณค่าเงินบาทอ่อนตัวบ้างแล้ว m

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน