posttoday
ป่าว!

ป่าว!

23 มิถุนายน 2555

ระยะนี้ฝนตกถี่ขึ้นเรื่อยๆ นะครับ มีคนมาบ่นให้ฟังเรื่องอาการป่วย เป็นไข้หวัดกันหลายคน และเช่นเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบการ

โดย...อานนท์

ระยะนี้ฝนตกถี่ขึ้นเรื่อยๆ นะครับ มีคนมาบ่นให้ฟังเรื่องอาการป่วย เป็นไข้หวัดกันหลายคน และเช่นเดียวกัน ในส่วนของผู้ประกอบการ ก็เริ่มมีเสียงบ่นๆ ว่า พนักงานป่วยกระเสาะกระแสะกันมากขึ้น

เรื่องการเจ็บป่วยของพนักงาน เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่ย่อมเกิดขึ้นครับ เป็นธรรมดาของคนเรา ที่มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย (ซึ่งเป็นวัฏจักรเดียวกันกับธุรกิจด้วยเช่นกันครับ) ทีนี้ หากเรามองไปที่องค์กรขนาดใหญ่ เขาก็มักจะไม่กระเทือนมากนักกับเรื่องการเจ็บป่วยของพนักงาน เพราะมักจะมีระบบเตรียมพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอีของเรานั้น มีธุรกิจหลายประเภทเลยทีเดียวที่ไม่ได้มีการวางแผน หรือไม่มีกลวิธีที่จะรองรับในยามพนักงานเจ็บป่วย

เมื่อพูดถึงเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วย มีประเด็นที่ต้องคุยกันหลากหลายประเด็นมากเลยครับ ประการแรกที่น่าจะสำคัญที่สุด คือ มีระบบรองรับกรณีพนักงานป่วยเพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานหรือไม่

ในส่วนของการทำงานทั่วไป สมมติว่าเป็นโรงงานอุตสาหกรรมนะครับ ถ้ามีพนักงานฝ่ายผลิตจำนวน 10 คน หากมีคนป่วยสัก 12 คน ก็อาจจะไม่กระเทือนนัก เพราะคนที่เหลืออีก 89 คน ก็น่าจะทำงานแทนที่ได้ หรือหากจำเป็น ก็อาจจะต้องช่วยกันทำงานล่วงเวลาเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปจากกรณีมีเพื่อนป่วย ซึ่งกรณีเช่นนี้ การที่สามารถทดแทนกันได้ เป็นเพราะลักษณะงานเป็นแบบเดียวกัน คือ ทำงานฝ่ายเดียวกัน ในโรงงานเดียวกัน การเข้ามาทดแทนก็ไม่ใช่เรื่องยาก และพนักงานส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ต้องทำงานแทนเพื่อน เพราะทุกคนรู้ดีว่า ในทางกลับกัน เมื่อตัวเองป่วยบ้าง เพื่อนร่วมงานที่เหลือก็พร้อมจะกระโดดเข้ามาช่วยเหมือนกัน ถือว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นงานลักษณะเดียวกัน แต่ในบางกรณีการทดแทนกันก็ทำได้ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นกรณีของงานบริการ งานที่มีตำแหน่งของการบริการที่แน่นอน เช่น สมมติหากท่านนึกถึงเคาน์เตอร์บริการต่างๆ เช่น เคาน์เตอร์หรือที่มีบางคนเรียกว่าช่อง หรือตู้ขายตั๋ว อาทิ ตั๋วชมภาพยนตร์ หรือเคาน์เตอร์จ่ายยาในโรงพยาบาล เคาน์เตอร์รับชำระเงินในจุดชำระเงินต่างๆ ฯลฯ กรณีแบบนี้ หากคนประจำช่อง หรือตู้หายไป เพื่อนที่มีอยู่ก็เข้ามาทดแทนไม่ได้นะครับ เพราะเขาก็ต้องประจำที่ช่องหรือตู้ของเขา นั่นจะทำให้ต้องมีการปิดช่องบริการบางช่องไป ซึ่งจะเกิดผลเสียต่อการทำงาน เพราะลูกค้าจะรับรู้ได้ถึงความไม่พร้อม ความล่าช้า ตามมาด้วยความหงุดหงิด

ดังนั้น หากเป็นกรณีของการให้บริการในรูปแบบนี้ ควรจะมีการวางแผนสำรองเอาไว้ด้วย เช่นว่า หากมีคนป่วย หรือลาพักร้อนตามสิทธิ จะมีใครมาแทนหน้าเคาน์เตอร์ได้บ้าง เช่น อาจจะมีการทำระบบให้คนที่อยู่เวรถัดไปเลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่แทน หรือมีการปรับกะการทำงานเพื่อให้มีผู้ให้บริการเต็มทุกช่อง หรือแม้แต่ดึงพนักงานจากแผนกอื่น หรือดึงตัวหัวหน้างานเองมาแทนที่ เรียกว่าทำได้หลายวิธีครับ แต่ควรจะมีแผนการที่แน่นอนว่าจะเลือกทางไหน และบอกให้พนักงานทุกคนได้ทราบว่า หากมีกรณีฉุกเฉิน มีเพื่อนป่วย จะเลือกวิธีไหนในการช่วยกันทำงานเพื่อบริการลูกค้า เพื่อที่ว่าทุกคนจะได้รู้ตัวล่วงหน้าว่า กรณีมีปัญหาจะแก้ไขอย่างไร อย่าแก้เฉพาะหน้าเป็นคราวๆ แต่ควรเตรียมจัดระบบเอาไว้ก่อนเลย เมื่อถึงกรณีเกิดขึ้นจริงจะได้ไม่ฉุกละหุก

ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาอีก เช่น การที่มีพนักงานป่วยนั้น ในฐานะเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหาร รวมถึงเพื่อนร่วมงานทุกคนนะครับ ควรจะต้องทราบด้วยว่าคนที่ป่วยนั้น ป่วยเป็นอะไร คนส่วนหนึ่งอาจจะคิดว่า ใครจะป่วยก็เรื่องของเขา เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องก้าวก่าย ซึ่งในบางกรณีก็ควรจะทำอย่างนั้น คืออย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกัน แต่ในหลายๆ กรณีไม่ก้าวก่ายไม่ได้ครับ ประการแรก หัวหน้างานต้องรู้ว่าพนักงานป่วยเป็นอะไร เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือได้ตามความเหมาะสม และยังจะสามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่าเป็นการเจ็บป่วยที่เล็ก หรือใหญ่ หากประเมินแล้วพบว่าน่าจะเป็นการเจ็บป่วยที่เป็นเรื่องใหญ่ เช่น อาจจะต้องป่วยนานเป็นเดือน ก็อาจจะต้องหาทางออกอื่นในการทำงาน ซึ่งจะแตกต่างจากการป่วยประเภทเป็นหวัดวันสองวันแน่ๆ ครับ เช่น หากทราบแน่ว่าพนักงานจะป่วยราวๆ 34 สัปดาห์จากการผ่าตัดใหญ่ ก็อาจจะถึงขั้นต้องหาพนักงานชั่วคราวมาทำงานแทนในระยะเวลาที่กำหนด

ไม่เพียงเท่านั้น ในการทำธุรกิจบางธุรกิจ การรู้ว่าพนักงานป่วยเป็นอะไรอาจจะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะอาจจะกระทบกับทั้งกิจการเลยก็ได้ ในเมืองไทยเราอาจจะยังไม่เห็นกรณีตัวอย่างที่ชัดๆ แต่ในบางประเทศมีปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น พนักงานในครัวของร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ป่วยด้วยโรคติดต่อบางประเภท อาจจะมีผลถึงกับต้องให้มีการสั่งปิดร้านอาหารนั้นเป็นการชั่วคราวเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อที่สามารถติดต่อได้ทางอาหาร ซึ่งจะมีผลกระทบไปถึงลูกค้า เรื่องแบบนี้จึงละเลยไม่ได้ครับ

รวมถึงโรคที่อาจจะดูเล็กน้อย เช่น ไข้หวัด ก็ต้องติดตามกันหน่อยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือเปล่า และมีการแพร่เชื้อไปสู่เพื่อนคนอื่นๆ หรือไม่ เพราะในบางกรณี หากไม่ติดตามผล กว่าจะรู้อีกทีก็อาจจะป่วยกันหมดทั้งแผนกจากโรคที่ติดต่อได้ ซึ่งจะเกิดผลเสียอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียวครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน