
ไทยสมุทรฯปรับลงทุนบอนด์
งดถือระยะสั้นลงถือครองยาวลดความผันผวนอัตราดอกเบี้ย
งดถือระยะสั้นลงถือครองยาวลดความผันผวนอัตราดอกเบี้ย
ไทยสมุทรฯ ปรับอายุพันธบัตรระยะสั้นเป็นระยะยาวลดความผันผวนผลตอบแทน คาดปีนี้ลดลงเหลือ 6%
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดเผยว่า คาดว่าปีนี้จะมีผลตอบแทนจากการลงทุนลดลงเหลือ 6% จากปี 2554 ที่มีผลตอบแทนจากการลงทุน 6.2% ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง และส่วนใหญ่ยังคงลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก
ทั้งนี้ บริษัทเริ่มเปลี่ยนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นเป็นระยะยาว เพราะอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะสั้นลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2554 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แต่สัดส่วนการลงทุนยังคงไว้ที่ระดับ 40% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมดที่มีประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จากสินทรัพย์รวมของบริษัทที่มีประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ การลงทุนด้านอื่นๆ ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน ยังคงรักษาการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ เหมือนเดิม เช่น เงินกู้ตามกรมธรรม์ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ตลงทุน ถือว่ามีจำนวนค่อนข้างสูง ผลจากการที่มีลูกค้าต่างจังหวัดมีความต้องการกู้เงินตามกรมธรรม์จำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมจะมีการขอกู้ตามกรมธรรม์เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีนโยบายที่จะเร่งผลักดันให้เกิดการกู้เพิ่มขึ้น แต่ปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า แม้ว่าการปล่อยกู้ตามกรมธรรม์จะไม่มีความเสี่ยงเลย เพราะมีมูลค่าเงินสดตามกรมธรรม์ค้ำประกัน
นางนุสรา กล่าวถึง สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ว่าไม่มีนโยบายเชิงรุกเช่นเดียวกัน จึงไม่มีการแข่งขันกับคู่แข่ง ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ป้ายแดงที่มีออกมามาก เนื่องจากบริษัทประกันชีวิตมีกฎหมายควบคุมชัดเจนเรื่องสัดส่วนการดาวน์จะต้องมีขั้นต่ำ 20-25% ของราคารถ แต่สถาบันการเงินอื่นสามารถแข่งขันแบบไม่มีเงินดาวน์ได้
“เราจึงทำเฉพาะรถเก่าใช้แล้ว ก็ยังรักษาระดับการปล่อยสินเชื่อไว้เท่าๆ กับปีที่ผ่านมา คือ ประมาณ 2% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาทของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ส่วนผลตอบแทนถือว่าใช้ได้และเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของรถ” นางนุสรา กล่าว
นางนุสรา กล่าวว่า ไตรมาสแรกบริษัทมีการเติบโตที่ดีมาก ซึ่งเป็นผลมาจากตัวแทนเร่งทำผลงานตั้งแต่ต้นปี รองรับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี เช่นปีที่ผ่านมาซึ่งมีเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น รวมถึงมีตัวแทนใหม่เข้าสู่ธุรกิจอีกประมาณ 1,000 คน
ทั้งนี้ 4 เดือนแรกมีเบี้ยรับรวม 5,146.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% แยกเป็นเบี้ยปีแรก 701.2 ล้านบาท ลดลง 24% เบี้ยชำระครั้งเดียว 1,011.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,406% และเบี้ยต่ออายุ 3,434.2 ล้านบาท







