
กพช.เห็นชอบแผนพีดีพี 2010
กพช.เห็นชอบแผนพีดีพี 2010 เฉพาะการกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิง พร้อมสั่งสนพ.ทำแผนพีดีพีสำรอง กรณีที่ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
กพช.เห็นชอบแผนพีดีพี 2010 เฉพาะการกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิง พร้อมสั่งสนพ.ทำแผนพีดีพีสำรอง กรณีที่ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี 2010) ของประเทศไทยพ.ศ. 2553-2573 ซึ่งเป็นแผนการจัดหาไฟฟ้าในระยะยาว 20 ปี โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญคือ การปรับค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ และเพิ่มการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการกระจายเชื้อเพลิง เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจาก 70% ให้เหลือ 39% โดยเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน การจัดหาไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และถ่านหินสะอาด ตลอดจนพิจารณาเรื่องปริมาณผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศ โดยภายในระยะ 6-7 ปีของแผน จะสำรองกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ระดับ 20% เนื่องจากการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าทันที จึงต้องเพิ่มปริมาณสำรองไฟฟ้าไว้ และหลังจากนั้นจะปรับลดลงเหลือ 15% ดังนั้น ภายใต้แผนพีดีพีฉบับใหม่นี้ภายในปี 2573 ไทยจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 6.55 หมื่นเมกะวัตต์
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนพีดีพีว่า ควรจะมีการจัดทำแผนพีดีพี สำรองอีกฉบับหนึ่ง โดยพิจารณาจากพื้นฐานกรณีไม่มีการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้าโครงการไซยะบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาว โดยโครงการจะมีกำลังผลิตติดตั้ง 1,280 เมกะวัตต์ ขายให้ไทยที่ชายแดน 1,220 เมกะวัตต์ เป็นสัญญาซื้อขายไฟ 29 ปี
นายชวลิต ทิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในส่วนของสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิง โดยโรงไฟฟ้าใหม่ตั้งแต่ปี 2553-2573 ประกอบด้วย 1.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ จำนวน 5 โรง รวมกำลังผลิตไฟ 5,000 เมกะวัตต์ 2. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 20 โรง กำลังผลิต 1.58 หมื่นเมกะวัตต์ 3. โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด 9 โรง ขนาดโรงละ 1,000 เมกะวัตต์ 4.รับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(เอสพีพี) 6,844 เมกะวัตต์ 5.พลังงานหมุนเวียน 5,242 เมกะวัตต์ และซื้อจากต่างประเทศ
แผนพีดีพี 2010 เดิมได้มีการกำหนดไว้ว่าจะมีโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด 13 โรง ขนาดโรงละประมาณ 800 เมกะวัตต์ กำลังผลิตรวม 1,000 เมกะวัตต์ แต่ล่าสุดหลังจากรับฟังความคิดเห็นทั้ง 2 ครั้งแล้ว ก็ได้มีการปรับลดจำนวนโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดลงมาเหลือเพียง 9 โรง แล้วจะไปเพิ่มในส่วนของพลังงานหมุนเวียนแทน โดยที่ประชุมยังได้ให้ สนพ.ไปศึกษาหาทางเลือกอื่นเพิ่มเติมในกรณีที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่สามารถเกิดได้ตามแผน แต่ถ้าไม่มีทางออกอื่นก็ต้องยอมรับว่าค่าไฟฟ้าจะต้องแพงขึ้นด้วย” นายชวลิต กล่าว







