
เวิลด์แบงก์แนะรับมือศก.โลกผันผวนยาว
ธนาคารโลกแนะประเทศกำลังพัฒนาลดการขาดดุลของงบประมาณ เตรียมรับเศรษฐกิจโลกผันผวนลากยาว
ธนาคารโลกแนะประเทศกำลังพัฒนาลดการขาดดุลของงบประมาณ เตรียมรับเศรษฐกิจโลกผันผวนลากยาว
นายฮานส์ ทิมเมอร์ ผู้อำนวยการแผนกคาดการณ์การพัฒนาศรษฐกิจ ธนาคารโลก กล่าวว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกขณะนี้กำลังเป็นปัจจัยต้านต่อเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งจากเรื่องการตัดลดงบประมาณรายจ่าย การตัดสัดส่วนหนี้สินของภาคธนาคาร และข้อจำกัดด้านความสามารถในการพัฒนาประเทศ จึงคาดการณ์ว่าการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาจะชะลอตัวลงอยู่ที่ประมาณ 5.3 % ในปี 2555 ก่อนที่จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในปี 2556 และ 2557 ในอัตรา 5.9 % และ 6.0 % ตามลำดับ
ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีรายได้สูงจะลดลง 1.4 %, 1.9 %, และ 2.3 % ในปี 2555 2556 และ 2557 ตามลำดับ โดยรวม ผลผลิตมวลรวมของโลก คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5 %, 3.0 %, 3.3 % ตามลำดับในช่วงปี 2555-2557 อย่างไรก็ตาม ในกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์ในยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น สถานการณ์ของประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ทั้งนี้ ประเทศกำลังพัฒนาในยุโรปและเอเชียกลางมีความเปราะบางเป็นพิเศษเนื่องจากมีการค้าระหว่างประเทศและการเงินที่ผูกติดกับประเทศที่มีรายได้สูงในทวีปยุโรปเป็นส่วนใหญ่ และประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกก็ต้องรับผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พึ่งพารายได้จากการส่งเงินกลับประเทศ การท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ หรือประเทศที่มีหนี้ระยะสั้นเป็นจำนวนมาก
“ตลาดทุนโลกที่คงความผันผวนในระยะกลางจะส่งผลให้การกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นไปได้ยาก ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ประเทศกำลังพัฒนาควรจะมุ่งเน้นการปฏิรูปการเพิ่มผลิตภาพและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าที่จะรอตั้งรับตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสภาวะการณ์เศรษฐกิจโลกแบบวันต่อวันต่อวัน” นายฮานส์ กล่าว
นายแอนดรูว์ เบิร์นส์ ผู้จัดการของแผนกเศรษฐศาสตร์มหภาค ธนาคารโลก กล่าวว่า ประเทศกำลังพัฒนาควรจะเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่น่าจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานโดยหันกลับมาให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะกลาง และในขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น
“ประเทศกำลังพัฒนาจำเป็นต้องเลือกใช้นโยบายเพื่อลดความเสี่ยงลงโดยการปรับลดหนี้ระยะสั้น อาทิ การลดการขาดดุลของงบประมาณ และกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เป็นกลางมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศมีช่องว่างในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายได้ หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเลวร้ายลงมาก”นายแอนดรูว์กล่าว







