posttoday
วี.เอ็ม.พี.ซี.ปรับทิศธุรกิจ หันลุยตลาดขายอสังหาฯ

วี.เอ็ม.พี.ซี.ปรับทิศธุรกิจ หันลุยตลาดขายอสังหาฯ

12 มิถุนายน 2555

วี.เอ็ม.พี.ซี. เดินหน้าบุกตลาดอสังหาฯ จากธุรกิจเช่าสู่ธุรกิจเพื่อขาย ประเดิมบ้านหรูย่านพระราม 2 เจาะกลุ่มเจ้าของธุรกิจ

วี.เอ็ม.พี.ซี. เดินหน้าบุกตลาดอสังหาฯ จากธุรกิจเช่าสู่ธุรกิจเพื่อขาย ประเดิมบ้านหรูย่านพระราม 2 เจาะกลุ่มเจ้าของธุรกิจ

นายปริญญา เธียรวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าในรูปแบบอพาร์ตเมนต์ให้เช่า และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ มานาน 8-9 ปี โดยการซื้อทรัพย์ประเภทเอ็นพีแอล หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มาพัฒนาต่อ เช่น โครงการบ้านสวนรามคำแหง ภูหลวงแมนชั่น วิภาวดี ซอย 2 สาทร แกลเลอรี่ เรสสิเด้นซ์ และโรงแรมแอสเทร่า สาทร ซึ่งสร้างรายได้รวมปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับในปีนี้ได้ขยายไลน์มาสู่ธุรกิจอสังหาฯ ประเภทเพื่อขาย เนื่องจากประเมินแล้วว่าสามารถสร้างรายได้รวดเร็ว ขณะที่รูปแบบการพัฒนาโครงการนั้นจะเน้นจับตลาดระดับบนเป็นหลัก ในรูปแบบบ้านพร้อมอยู่ โดยได้เริ่มพัฒนาโครงการ แอสเทร่า เรสซิเดนซ์ แอท พุทธบูชา เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นครึ่ง ขนาด 365 ตร.ม. บนเนื้อที่ 60 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 14 ล้านบาท จำนวน 10 ยูนิต เนื้อที่ 2 ไร่ มูลค่าโครงการ 150 ล้านบาท ขณะนี้ก่อสร้างบ้านตัวอย่างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างเริ่มก่อสร้างบ้าน โดยจะก่อสร้างให้เสร็จพร้อมอยู่ก่อนขาย จะเริ่มเปิดตัวในช่วงเดือน ก.ค.ปีนี้ ปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่สนใจจองซื้อแล้ว กว่า 40 ราย

นอกจากนี้ ยังได้ซื้อที่ดินจำนวน 12 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการแอสเทร่า แอท ดาวคะนอง ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวจำนวน 47 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 18-19 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างบ้านปลายปีนี้ จะเริ่มเปิดขายในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ปีหน้า เมื่อก่อสร้างบ้านในโครงการแล้วเสร็จ ขณะเดียวกันยังมีที่ดินของตระกูลในย่านทวีวัฒนาอีก 200-300 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของตระกูล

ขณะที่ "แม้ว่าจะเป็นบริษัทฯพัฒนาอสังหาฯเพื่อขายหน้าใหม่ แต่ก็มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจอสังหาฯเพื่อเช่ามานาน และเน้นจับลูกค้าระดับกลางบนเป็นหลัก จึงนำประสบการณ์ดังกล่าวมาพัฒนาโครงการเพื่อจับตลาดระดับกลางบน ซึ่งกลุ่มลูกค้าระดับนี้เชื่อว่ายังมีความต้องการ ขณะที่สินค้าที่บริษัทเน้นให้สินค้าคุณภาพสูง และไม่เน้นเปิดโครงการที่มียูนิตจำนวนมาก" นายปริญญา กล่าวขณทคแผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้าบริษัทจะปรับสัดส่วนรายได้ใหม่มาจากธุรกิจเพื่อขาย 70% อีก 30% นั้นมาจากธุรกิจเพื่อเช่า โดยตั้งเป้าแต่ละปีจะเปิดตัวโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 2-3 โครงการ โดยจะใช้ชื่อแบรนด์ แอสเทร่า ซึ่งเป็นการพัฒนาทั้งโครงการบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม โดยคอนโดมิเนียมกลางเมือง เพื่อขายคาดว่าจะเริ่มพัฒนาในปีหน้า ซึ่งมีระดับราคา 1 แสนบาทต่อตร.ม. รวมไปถึงอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อโรงแรมในกรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน ที่พัฒนาไม่เสร็จกลับมาพัฒนาใหม่

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าในปีหน้าจะมีรายได้จากธุรกิจอสังหาฯ เพื่อขาย 300 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเพื่อเช่าเกือบ 200 ล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน