
ระวังแรงขายทำกำไร
อานิสงส์หุ้นทั่วโลกพุ่งกระฉูด ปลุกหุ้นไทยพุ่งปรี๊ด 30 จุด พอร์ตเทรด บล.-กองทุนซื้อหนัก เตือนวันนี้ระวังแรงขายทำกำไร
อานิสงส์หุ้นทั่วโลกพุ่งกระฉูด ปลุกหุ้นไทยพุ่งปรี๊ด 30 จุด พอร์ตเทรด บล.-กองทุนซื้อหนัก เตือนวันนี้ระวังแรงขายทำกำไร
ตลาดหุ้นไทยและหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรงรับข่าวประเทศสเปนขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน 1 แสนล้านยูโร หรือ 4 ล้านล้านบาท จากกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงินของยุโรป (EFSF)
เปิดตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่กระจายไปยังกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี สื่อสาร และธนาคาร ดันดัชนีปรับตัวขึ้นกระทั่งปิดตลาดสูงสุดของวัน 1,158.07 จุด เพิ่มขึ้น 30.97 จุด หรือ 2.75% มูลค่าซื้อขาย 30,693.33 ล้านบาท
ต่างชาติซื้อสุทธิ 585 ล้านบาท สถาบันซื้อ 2,011 ล้านบาท พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซื้อ 2,253 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะรับผลบวกจากกรณีจีนประกาศลดดอกเบี้ย ทำให้มีเงินไหลเข้าสู่ระบบเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น และกรณีการอนุมัติเงินช่วยเหลือสเปน 1 แสนล้านเหรียญยูโร กระตุ้นบรรยากาศการลงทุนดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีหุ้นไทยนี้ มองว่าเป็นการปรับตัวบวกระยะสั้นเท่านั้น ภาพระยะกลางจนถึงระยะยาวต้นตอของปัญหาในยุโรปยังมีอยู่ และในประเทศยังมีประเด็นด้านการเมือง
“ดัชนีหุ้นไทยปีนี้ถึงเป้าหมายที่ฝ่ายวิจัยมองไว้ระดับ 1,200 จุด ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้มองว่าเต็มที่คงไม่ถึง 1,192 จุด ซึ่งจะถึงระดับนี้ต้องมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน” นายเทิดศักดิ์ กล่าว
น.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวสอดคล้องกันว่า หุ้นไทยขึ้นแรงจาก 2 ปัจจัยข้างต้น ซึ่งทำให้กระแสเงินจากต่างชาติน่าจะไหลเข้าลงทุนหุ้นไทย และทำให้ดัชนีหุ้นในสัปดาห์นี้ปรับตัวบวกมีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 1,180-1,200 จุด ได้
ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานไทยไม่ได้เปลี่ยนและเหตุผลหลักที่ทำให้หุ้นไทยลงก่อนหน้านี้ เป็นเพราะกระแสเงินทุนต่างชาติถูกดึงกลับ และตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ปรับตัวโดดเด่น สร้างผลตอบแทนสูงถึง 10% และกำไรจากค่าเงิน ทำให้เป็นตลาดที่ถูกแรงขายของต่างชาติ ดังนั้นหากสถานการณ์ในยุโรปได้รับการผ่อนคลายเงินทุนต่างชาติน่าจะไหลกลับลงทุนในหุ้นต่อ และยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ที่ระดับ 1,328 จุด
ซิตี้กรุ๊ป ออกบทวิเคราะห์ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมุมมองว่าระยะสั้นดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสลงไปถึง 1,060 จุด แต่ให้น้ำหนักการลงทุนเหนือตลาดสำหรับมุมมองระยะกลางและระยะยาว จากวงจรการลงทุนภาคเอกชนที่เป็นขาขึ้น โดยให้ดัชนีเป้าหมายปีนี้ 1,240 จุด
นอกจากนี้ ให้น้ำหนักกลุ่มธนาคาร สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ มากกว่าตลาด ส่วนหุ้นค้าปลีกที่ราคาแพงให้น้อยกว่าตลาด







