posttoday
พลังงาน-โรงงานไฟฟ้าได้ดี

พลังงาน-โรงงานไฟฟ้าได้ดี

08 มิถุนายน 2555

ข่าวการประมูลสร้างโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) รอบใหม่ จำนวน 5,400 เมกะวัตต์ จะมีขึ้นภายใน 12 ปีนี้

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ข่าวการประมูลสร้างโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) รอบใหม่ จำนวน 5,400 เมกะวัตต์ จะมีขึ้นภายใน 12 ปีนี้

นับว่าเป็นบวกต่อหุ้นสาธารณูปโภคและบริษัทที่เล็งการขยายกำลังการผลิตไปยังธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งคาดว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นหุ้นที่แนะนำสูงสุด

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2555 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แผนพัฒนากำลังไฟฟ้า (PDP) ปี 2553 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 จะประกาศออกมาเร็วๆ นี้ หลังจากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่ง PDP นี้ จะรวมกำลังการผลิตใหม่จากโครงการรับซื้อไฟฟ้าจาก IPP จำนวน 5,400 เมกะวัตต์

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ให้ความเห็นว่า ข่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นบวกต่อหุ้นบางตัวที่กำลังเล็งการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจโรงไฟฟ้า อาทิ บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ปตท. (PTT) อีกด้วย

การประมูลโครงการ IPP ใหม่ คาดว่าจะมีขึ้นในปลายปี 2555 หรือต้นปี 2556 ซึ่งเป็นไปตามที่คาด โดยจะมีการประมูลโรงไฟฟ้า IPP จำนวน 6 โรง ด้วยกำลังการผลิต 900 เมกะวัตต์ต่อโรง และเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป แต่สำหรับเชื้อเพลิงนั้นยังไม่มีการประกาศออกมา แต่นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต เชื่อว่าทางเลือกน่าจะขึ้นอยู่กับข้อเสนอของผู้เข้าประมูล

“เราเชื่อว่า กฟผ. น่าจะชอบโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินมากกว่า เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงราคาถูกและมีการผลิตที่แน่นอนในระยะยาว แต่ความเสี่ยงนั้นอยู่ที่ผู้เข้าประมูลจะมีวิธีที่สามารถรับมือกับชุมชนท้องถิ่นในแง่ของการยอมรับโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ดีแค่ไหน”

EGCO เป็นหุ้นที่ บล.ธนชาต แนะนำ เนื่องจาก

ประการแรก เชื่อว่า EGCO จะชนะหนึ่งโครงการทางภาคใต้เกือบจะแน่นอน ซึ่งจะเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในปี 2559 โรงไฟฟ้าใหม่นี้จะแทนที่โรงไฟฟ้าขนอมที่มีอยู่ ซึ่งจะหมดอายุในปีเดียวกัน แต่มีอัตราค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าของขนอมในปัจจุบัน โรงไฟฟ้าแห่งใหม่จะอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าขนอม

ประการที่สอง แม้ว่าโรงไฟฟ้า IPP ใหม่จะไม่สร้างรายได้และกำไรให้จนกว่าจะปี 2559 แต่การเปิดประมูล IPP รอบใหม่ จะเป็นปัจจัยบวกสำหรับหุ้นในระยะสั้น เนื่องจากการประมูลโครงการใหม่หมายถึงการเติบโตของกำไรในอนาคต

ประการที่สาม ได้รวมมูลค่าจากโครงการ IPP ใหม่ที่ 14 บาท ในราคาเป้าหมาย ที่ 126 บาท/หุ้น ของ EGCO และปัจจุบันมีโอกาสที่ราคาหุ้นปัจจุบัน 19%

ประการที่สี่ EGCO ยังจะประกาศการขยายกำลังการผลิตสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 200 เมกะวัตต์ อีกด้วย ซึ่งกำลังการผลิตนี้จะเริ่มสร้างกำไรให้กลุ่มในปี 2556-2558

ประการที่ห้า EGCO ซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (PE) เพียง 78 เท่า ปันผลจ่ายที่ระดับไม่ต่ำกว่า 5.25 บาท/หุ้น ในช่วงขยายตัว คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.4% นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มสาธารณูปโภคยังปลอดภัยท่ามกลางตลาดที่ผันผวนในปัจจุบันอีกด้วย

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เชื่อว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เป็นโอกาสเก็งกำไรที่อาจมีการเปิดประมูลโรงไฟฟ้าวันที่ 4 เม.ย. 2555 เนื่องจากร่างดังกล่าวระบุถึงโรงไฟฟ้า IPP ใหม่ 6 แห่ง ที่จะเข้าสู่ระบบในปี 2564-2569 ปีละ 1 โรง โรงละ 900 เมกะวัตต์

“เราคาดว่าการประมูลไฟฟ้ารอบใหม่จะเกิดขึ้นในช่วง 12 ปีข้างหน้า เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลมีเวลาเตรียมการก่อสร้างประมาณ 78 ปี เนื่องจากเงื่อนไขการดำเนินการด้านเอกสารการขออนุญาตและด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจใช้เวลานานขึ้น”

นอกจากนั้น ยังคาดว่าการประมูลครั้งนี้เงื่อนไขราคาจะไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะได้รับการพิจารณา เพราะทำให้การประมูลในครั้งที่ผ่านมามีปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างค่อนข้างมาก โดยความเป็นไปได้ของการก่อสร้างน่าจะเป็นปัจจัยได้รับการพิจารณาด้วย

นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ มีความเห็นว่า EGCO และ RATCH ซึ่งมีพื้นที่รองรับบริษัทละ 3 แห่ง และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิมที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้วน่าจะมีโอกาสชนะการประมูลในครั้งนี้ ในเชิงกลยุทธ์จึงแนะนำเก็งกำไรในหุ้นดังกล่าว ในช่วงต่อจากนี้ที่คาดว่าข่าวสารความคืบหน้าการประมูลโรงไฟฟ้าจะเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสรุปผล

จากสถิติการเก็งกำไรการประมูลโรงไฟฟ้า IPP จะเกิดขึ้นสำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้าโดยรวม เนื่องจากในเบื้องต้นผู้ประกอบการทั้งหมดที่สนใจเข้าร่วมการประมูลต่างมีความมั่นใจต่อศักยภาพของตน ทั้งด้านเงินลงทุนพื้นที่ในการเข้าร่วมประมูล รวมถึงระบบสาธารณูปโภค (ท่อก๊าซ สายส่งของ กฟผ. และระบบน้ำสำหรับระบายความร้อน) จึงเป็นการยากที่จะระบุว่าใครจะเป็นผู้ชนะการประมูลจนกว่าจะใกล้ประกาศผลรอบสุดท้าย

หากอ้างอิงจากการประมูลในปี 2550 หุ้นโรงไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น 4060% ในช่วง 1 ปีก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์จึงเป็นโอกาสเก็งกำไรโดยเฉพาะในหุ้น EGCO และ RATCH ที่มีโอกาสชนะการประมูล ในเชิงปัจจัยพื้นฐานจึงคงแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายหุ้นละ 47 บาท สำหรับ RATCH จากกำลังการผลิตที่รอเปิดดำเนินการในระยะกลาง อีกทั้งราคาหุ้นยังถูกกว่าตลาด

ด้าน EGCO ยังเหมาะสำหรับการเก็งกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นมีจำกัด จึงแนะนำถือ ด้วยราคาเป้าหมายหุ้นละ 110 บาท นอกจากนั้น บริษัท โกลว์พลังงาน (GLOW) บริษัท ไทยออยล์ หรือ บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอาจได้รับปัจจัยบวกจากประเด็นการประมูลโรงไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ให้น้ำหนักหุ้นโรงไฟฟ้าเท่าตลาด และเลือก RATCH เป็นหุ้นที่แนะนำซื้อสูงสุด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน