
กรุงไทยลีสซิงรื้อปล่อยกู้
มุ่งเน้นเช่าซื้อเครื่องจักรรถดันสินเชื่ออุปโภคให้แบงก์แม่
มุ่งเน้นเช่าซื้อเครื่องจักรรถดันสินเชื่ออุปโภคให้แบงก์แม่
กรุงไทยลีสซิงปรับโครงสร้างใหม่ มุ่งปล่อยกู้รถ เครื่องจักร ดันแบงก์แม่ปล่อยกู้เครื่องใช้ไฟฟ้าแทน
นายภิญญาวัฒน์ จันทรกานตานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ โดยในส่วนของสินเชื่อเพื่อการอุปโภค เช่น เครื่องเสียง เครื่องใช้ไฟฟ้า ได้โอนงานไปให้ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นบริษัทแม่ปล่อยสินเชื่อแทน โดยยังคงทำตลาดผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยเหมือนเดิม
สำหรับกลยุทธ์ของบริษัทหลังจากนี้ จะหันมาขยายตลาดในต่างจังหวัดให้มากขึ้น เน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถทุกประเภท โดยเฉพาะเครื่องจักร รถยนต์ และตั้งแต่เดือน ก.ค.นี้ จะขยายตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์อย่างจริงจัง ตั้งเป้าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถไว้เดือนละ 1,000 คัน เฉลี่ยคันละ 3 แสนบาท จากปัจจุบันที่ทำได้เดือนละ 300 คัน
นายภิญญาวัฒน์ กล่าวว่า การหันมาเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถยนต์มือสอง ยังทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยทั้งพอร์ตยังอยู่ที่ 8.5% เหมือนเดิม ซึ่งทดแทนกับสินเชื่ออุปโภคที่หายไปได้ ในขณะที่กำไรโดยรวมของบริษัทปีนี้ตั้งไว้ 290 ล้านบาท และคาดว่าทำได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจาก 4 เดือน มีกำไรแล้ว 80 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 40% ซึ่งช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มียอดอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท ยอดเบิกเงิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งยอดเบิกเงินก็สูงกว่าเป้าหมาย เพราะตั้งไว้ที่ 7,500-8,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จึงส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้าง 5 เดือน อยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 18% ในขณะที่ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ล่าสุดอยู่ที่ 1.1% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.8% และคาดว่าปีนี้คงทำธุรกิจได้ดีกว่าแผนที่วางไว้
“การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้จะทำให้สิ้นปีนี้เรามีสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยมีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สำหรับลูกค้ารายย่อยอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ 3,000 ล้านบาท สินเชื่อรถยนต์ใหม่ 7,000 ล้านบาท และสินเชื่อรถยนต์มือสองและรถเช่า 3,000-4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 1.1 หมื่นล้านบาท จะเป็นสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี” นายภิญญาวัฒน์ กล่าว







