posttoday
อภิสิทธิ์รับปากดันฟอกเงิน

อภิสิทธิ์รับปากดันฟอกเงิน

06 มิถุนายน 2555

แต่ห้ามสอดไส้ล้างผิดเฉพาะคนกกร.วอนรัฐสรุปก่อนม.ค.ปีหน้า

แต่ห้ามสอดไส้ล้างผิดเฉพาะคนกกร.วอนรัฐสรุปก่อนม.ค.ปีหน้า

“อภิสิทธิ์” หนุนร่าง พ.ร.บ.ป้องกันฟอกเงิน แต่สภาห้ามสอดไส้แก้ รธน.กฎหมายล้างผิด ด้านเอกชนชี้สรุปก่อน ม.ค. 2556 หวั่นแบล็กลิสต์ ประเทศเจ๊งแน่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน กล่าวหลังหารือกับคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) คือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า พร้อมสนับสนุนผลักดันกฎหมายป้องกันการฟอกเงินทั้งสองฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย พ.ศ.... และร่างปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็วที่สุด แต่ต้องตัดเรื่องเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายล้างผิดออกจากการพิจารณาไปก่อน เพราะเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาให้เฉพาะบุคคล

ทั้งนี้ เดิมการประชุมสภาจะต้องปิดการประชุมตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และมีกำหนดเปิดการประชุมสภาวิสามัญอีกครั้งช่วงเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็ยังพอมีเวลาอีก 1 สมัยในการพิจารณาผ่านร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการฟอกเงินให้ทันภายในเดือน ม.ค. 2556 ที่จะมีการพิจารณาลำดับชั้นของไทยจากปัจจุบันที่อยู่ในกลุ่มต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (กลุ่มสีเทาเข้ม)

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เท่าที่หารือเรื่องการผลักดันกฎหมายป้องกันการฟอกเงินร่วมกับนายอภิสิทธิ์ก็เห็นด้วย เพราะมีการผลักดันมาตั้งแต่สมัยที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตัวนายอภิสิทธิ์เองก็ระบุว่าถ้าจะเร่งผลักดันกฎหมายป้องกันการฟอกเงินให้เร็วก็สามารถทำได้ โดยการนัดประชุมพิจารณาเป็นวาระพิเศษเฉพาะเรื่องนี้ได้ แต่ภาคเอกชนก็ยังเป็นห่วงว่าถึงเข้าวาระการประชุมวิสามัญในเดือน ส.ค.นี้ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะพิจารณาออกมาทัน เพราะเหลือเวลาในการออกกฎหมายทั้งสองฉบับนี้เพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากไทยถูกขึ้นแบล็กลิสต์จริงจะประสบปัญหาใหญ่ 3 ด้าน คือ 1.การค้าระหว่างประเทศจะมีปัญหาทันที เนื่องจากธุรกรรมทางการเงินเมื่อลูกค้าจะต้องจ่ายเงินให้กับผู้ส่งออกจะต้องขอรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท เพื่อตรวจสอบว่าเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ทำให้ขั้นตอนจะยุ่งยากมากและเสียเวลามากขึ้น 2.การออกไปลงทุนยังต่างประเทศก็จะถูกตรวจสอบจากสถาบันการเงินในเรื่องของแหล่งทุน เช่น การปล่อยกู้ว่าจะสามารถเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด และ 3.การจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตประชาชน หากมีการเดินทางไปต่างประเทศอาจถูกปฏิเสธการใช้เพราะไม่เชื่อมั่นได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมกกร.ยังได้สรุปถึงผลการเดินทางไปหารือร่วมกับสมาพันธ์องค์กรเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น(เคดันเรน)ว่า นักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นที่จะลงทุนในไทย แต่ก็ขอให้ไทยช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขอใบอนุญาติ(วีซ่า)ให้กับชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยให้อยู่ได้ยาวขึ้น

ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงในส่วนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี)ของญี่ปุ่น ที่เกิดความไม่แน่ใจในการตัดสินใจเข้ามาลงทุนใหม่ในประเทศไทย เนื่องจากในปี2558 จะมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นเหล่านี้มีตัวเลือกที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศต่างๆมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน