
‘พีเอสไอ’ไม่สนบอลยูโร
คาดยอดคนดูจริงแค่3-5% มั่นใจไม่กระทบฐานสมาชิก
คาดยอดคนดูจริงแค่3-5% มั่นใจไม่กระทบฐานสมาชิก
พีเอสไอ เมินยูโร ชี้คนต้องการดูแค่ 3-5% อีก 50% ดูก็ดี ไม่ดูก็ได้ ขณะทรูวิชั่นส์อัด จะขายหรือจะฟรีเอาให้ชัด
นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมพีเอสไอ กล่าวว่า พีเอสไอคงไม่ต้องเจรจากับจีเอ็มเอ็ม แซท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโร 2012 เพราะจีเอ็มเอ็มมีเจตนาชัดเจนว่าต้องการขายกล่องของจีเอ็มเอ็ม แซท เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกเป็นหลัก
“ที่น่าคิดคือเมื่อจีเอ็มเอ็มประกาศถ่ายทอดผ่านฟรีทีวี ขายแพ็กเกจโฆษณาแล้ว ขณะเดียวกันยังจะขายสิทธิให้กับผู้ประกอบการรายอื่นที่เขาให้ผู้ชมรับชมฟรีอีก เรื่องนี้ผู้บริโภคต้องคิดว่าที่ดูไม่ได้ ไม่ใช่เพราะดูไม่ได้ แต่เขาไม่ให้ดู” นายสมพร กล่าว
สำหรับฐานลูกค้าของพีเอสไอเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น เพราะมีประสบการณ์จากบอลโลกปี 2010 พอบริษัททำกล่องรุ่นโอทู ซึ่งเข้ารหัสสัญญาณออกมา ก็สามารถรับชมผ่านฟรีทีวีได้ กรณียูโร 2012 ก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ประกาศและมีเป้าหมายชัดเจนออกมาอย่างนี้ก็ไม่เป็นไร
ทั้งนี้ จากการสำรวจจากผู้ชมเมื่อครั้งการถ่ายทอดบอลโลกปี 2010 ผู้ที่ต้องการรับชมการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลให้ได้มีเพียง 3-5% ส่วนอีก 50% มีก็ดู ไม่มีก็ไม่เป็นไร ดังนั้นทางพีเอสไอจึงมองว่าแม้จะรับชมไม่ได้ ก็ไม่กระทบฐานลูกค้าที่ใช้จานดาวเทียมของพีเอสไอแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน การบุกทำตลาดของกล่องดาวเทียมจีเอ็มเอ็ม แซท ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายจานดาวเทียมพีเอสไอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจานดาวเทียมรุ่นโอเค ราคา 800-900 บาท ก็ขายดีมากขึ้น ซึ่งบริษัทจะเร่งทำตลาดเชิงรุกอีกครั้งหลังการแข่งขันฟุตบอลยูโรจบลง
นายอรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า การเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูโร 2012 นั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและเป็นสากล การนำลิขสิทธิ์มาขายต่อแล้วให้ดูยูโรผ่านฟรีทีวีนั้น เป็นโมเดลการซื้อขายที่ไม่ปรากฏมาก่อนในโลกตามข้อกำหนดพื้นฐานของฟีฟ่านั้น การถ่ายทอดกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลยูโรหรือฟุตบอลโลกต้องถ่ายทอดผ่านฟรีทีวี เนื่องจากเป็นกีฬาของมนุษยชาติ ทุกคนต้องมีสิทธิได้ดูอย่างเท่าเทียมกัน
“กรณีถ้าทรูวิชั่นส์ต้องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลยูโร 2012 จากผู้ถือลิขสิทธิ์ หมายถึงการนำมาถ่ายทอดทางช่องทรูวิชั่นส์ อาทิ ช่องทรูสปอร์ต มิใช่การซื้อลิขสิทธิ์บนฟรีทีวี กรณีฟุตบอลโลก 2010 เราก็เคยซื้อลิขสิทธิ์ โดยนำมารีรันในช่องของทรูวิชั่นส์ที่จัดแพ็กเกจไว้ เราต้องแยกกันระหว่างฟรีทีวีกับเพย์ทีวี เป็นคนละสิทธิกัน” นายอรรถพล กล่าว m







