
อินเด็กซ์ฯปรับราคาตามต้นทุน
จ่อขึ้น5-10%ไตรมาส3ปีนี้ ตั้งเป้าโกยยอดขาย8,600ล.
จ่อขึ้น5-10%ไตรมาส3ปีนี้ ตั้งเป้าโกยยอดขาย8,600ล.
อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จ่อขยับราคา 5-10% ไตรมาส 3 หลังต้นทุนค่าจ้างวัสดุพุ่ง ขณะที่ผู้บริโภคก็ยังชะลอการซื้อเฟอร์นิเจอร์ หวั่นน้ำท่วมรอบสอง
น.ส.กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เปิดเผยว่า จากนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นมาเป็นวันละ 300 บาท ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนค่าจ้างของบริษัทมีการปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูง เนื่องจากพนักงานของบริษัทมีจำนวนมากถึง 3,500 คน ซึ่งพนักงานทุกคนได้รับการปรับค่าจ้างทั้งหมดแล้ว
ขณะที่ในส่วนของต้นทุนราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง วัสดุและวัตถุดิบมีการปรับราคาสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้บริษัทมีแผนที่จะปรับราคาสินค้าในประเทศขึ้น ในช่วงไตรมาส 3 นี้อีก 5-10%
สินค้าที่ส่งออกไปขายในต่างประเทศได้มีการปรับขึ้นไปแล้วทันที 5% ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคในขณะนี้เริ่มทรงตัวหลังจากไตรมาสแรกมีการปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากมีการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน แต่จากการที่ผู้บริโภคยังคงกังวลกับปัญหาน้ำท่วมว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่ในช่วงปลายปี จึงทำให้ผู้บริโภคยังไม่กล้าออกมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ เพื่อตกแต่งบ้านแบบเต็มที่ เนื่องจากต้องการรอดูสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ว่าจะเกิดขึ้นซ้ำอีกหรือไม่
หากปลายปีนี้น้ำไม่ท่วมเหมือนปีที่ผ่านมา เชื่อว่าผู้บริโภคจะกลับมาซื้อสินค้าอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้
“พฤติกรรมการซื้อเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภคในขณะนี้ยังคงเน้นซื้อแบบแค่พออยู่ได้ ไม่ได้ซื้อแต่งบ้านแบบเต็มที่ เพราะกลัวน้ำท่วม ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการเองก็ต้องอออกมาทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์ที่นำมาใช้นอกจากการทำโปรโมชันแล้วยังต้องผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ รวมถึงบริการหลังการขายที่ดีด้วย” น.ส.กฤษชนก กล่าว
แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้นั้น บริษัทมีแผนจะขยายสาขาใหม่ในประเทศเพิ่มอีก 2 สาขา โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวสาขาแรกไปแล้วที่ศูนย์การค้าราชพฤกษ์ และล่าสุดได้เปิดตัวสาขา 2 ที่ย่านเกษตร-นวมินทร์ บนพื้นที่กว่า 1.3 หมื่น ตร.ม. ภายใต้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในย่านดังกล่าวและใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดสาขาดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการทั้งหมด 19 สาขา โดยในปีแรกของการเปิดสาขาเกษตรนวมินทร์ คาดว่าจะมีรายได้ 350 ล้านบาท
ขณะที่ภาพรวม 5 เดือนแรกอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท และสิ้นปีคาดว่าจะอยู่ที่ 8,600 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 7%







