
กสิกรลั่นขึ้นเบอร์1ขายประกัน
สิ้นปีนี้แตะ2.5หมื่นล้านโต40% เพิ่มค่าธรรมเนียม1.7หมื่นล้าน
สิ้นปีนี้แตะ2.5หมื่นล้านโต40% เพิ่มค่าธรรมเนียม1.7หมื่นล้าน
กสิกรปักธงกวาดเบี้ยประกันผ่านธนาคาร ขึ้นแท่นอันดับ 1 สิ้นปีแตะ 2.5 หมื่นล้านบาท ดันค่าธรรมเนียมโตกระฉูด
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้จะเป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารพาณิชย์ ที่ได้เบี้ยประกันภัยรวมจากการขายประกันผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์ หรือแบงก์แอสชัวรันส์ เป็นอันดับ 1 คิดเป็นการเติบโต 40% จากปีก่อน โดยเบี้ยประกันภัยรวมน่าจะอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท
“ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยใหม่จากการขายประกันผ่านธนาคารเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยใหม่เพิ่ม 1 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตจากปีก่อน 40% ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ทำขยายเบี้ยประกันภัยใหม่ได้ 20%” นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวว่า แนวโน้มเบี้ยประกันภัยรวมของธนาคารปีนี้น่าจะเกินเป้าหมาย 2.5 หมื่นล้านบาท เพราะไตรมาสแรกสาขาขายประกันผ่านธนาคารได้แล้ว 7,000 ล้านบาท ถือว่ามากกว่าช่วงเดียวกันในปีก่อนๆ และขายได้มากกว่าตลาด ซึ่งไตรมาสแรกการขายประกันจะต้องชะลอตัว
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในช่วงดอกเบี้ยต่ำจนถึงขณะนี้ ทำให้ลูกค้าเงินฝากถอนเงินบางส่วนมาซื้อประกันชีวิตมากขึ้น เพราะเป็นการออมที่ดีกว่าฝากเงิน ทำให้ช่องทางขายประกันผ่านธนาคารเติบโตขึ้นมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากฐานลูกค้าเงินฝาก หากคิดเป็นจำนวนรายลูกค้ารายย่อยของธนาคารที่มีอยู่ 9 ล้านรายในนี้ 20% มีการซื้อประกันกับธนาคาร
นายปกรณ์ กล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคาร 20% มาจากการขายประกันผ่านธนาคาร โดยธนาคารได้ตั้งเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้เติบโต 25% หรือ 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมไม่ต้องมีภาระการกันสำรองเหมือนการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ธนาคารต่างหันมาเน้นรายได้ค่าธรรมเนียม
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความต้องการซื้อประกันของลูกค้าพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทำงานประจำชอบประกันที่จ่ายเบี้ยระยะสั้นและได้ผลตอบแทนรายปี ธนาคารจึงออกประกันชีวิตออมทรัพย์รับสุข หรือ Pro Saving 615 ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่จ่ายค่าเบี้ยระยะสั้น คุ้มครองนาน และได้รับเงินคืนทุกปี เน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มผู้มีรายได้ประจำ หรือมีเงินออม และต้องการมองหาทางเลือกอื่นๆ นอกจากการฝากเงิน
นายปกรณ์ กล่าวว่า ผู้ทำประกันต้องชำระเบี้ย 6 ปี แลกกับความคุ้มครองยาว 15 ปี และได้รับเงินคืนทุกปี ปีละ 2.5% ของทุนประกัน โดยจะได้รับผลประโยชน์ตลอดระยะเวลาสัญญาสูงสุด 245% ของทุนประกัน ตั้งเป้าขายเบี้ยปีนี้ให้ได้ 2,000 ล้านบาท หรือมีลูกค้าประมาณ 1 หมื่นราย







