
หอการค้าคาดบอลยูโรทำเงินสะพัด6.4หมื่นล.
ม.หอการค้าคาดช่วงบอลยูโร2012เงินสะพัด 6.4 หมื่นล้านบาท ห่วงเล่นการพนันสูงถึงเกือบ4.2หมื่นล้านบาท
ม.หอการค้าคาดช่วงบอลยูโร2012เงินสะพัด 6.4 หมื่นล้านบาท ห่วงเล่นการพนันสูงถึงเกือบ4.2หมื่นล้านบาท
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่าย และผลกระทบด้านธุรกิจและสังคมไทยในช่วงฟุตบอลยูโร 2012 จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,196 ตัวอย่าง พบว่า จะมียอดการใช้จ่ายในช่วงฟุตบอลยูโร ปีนี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 หรือมีเงินสะพัดประมาณ 64,928.3 ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับช่วงฟุตบอลโลก 2010 ภาพรวมการใช้จ่ายอยู่ที่ 59,672.7 ล้านบาท และหากเมื่อเทียบกับช่วงฟุตบอลยูโรในปี 2008 คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.5 ที่มีเงินสะพัด 54,908.9 ล้านบาท
ทั้งนี้ แม้ยอดการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมองว่า ในปีนี้ การจับจ่ายยังไม่คึกคักมากนัก และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้น จากภาวะค่าครองชีพสูง โดยหากแยกค่าใช้จ่าย แต่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ หอการค้าไทย ยังมองว่า จะขยายตัวได้ร้อยละ 5.9 โดยมองว่า เศรษฐกิจในช่วง 4 ปีหลังจากนี้ โดยเฉลี่ยน่าจะขยายตัวอยู่ในกรอบร้อยละ 5-6 โดยปัจจัยที่ต้องจับตามมอง ยังคงเป็นการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะการเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เพราะหลายฝ่ายไม่อยากให้ปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม หากแยกค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่จะใช้ด้านการพนันฟุตบอลกว่า 41,710.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 63.6 เมื่อเทียบกับช่วงฟุตบอลโลก 2010 โดยเฉลี่ยจะใช้จ่ายในการเล่นพนัน ประมาณ 8,138.8 บาทต่อคนต่อนัด รองลงมาคือการซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภค 19,671.4 ล้านบาท และซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า 2,253.9 ล้านบาท และอื่น ๆ อีก 1,292.6 ล้านบาท
ขณะที่ ผลสำรวจทางสังคมและเศรษฐกิจ ในช่วงฟุตบอลยูโร 2012 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จะก่อให้เกิดการพนันผิดกฎหมายมากขึ้น ร้อยละ 75.7 และก่อให้เกิดหนี้สินมากขึ้นร้อยละ 72.6 รวมทั้งเกิดปัญหาอาชญากรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 69.4 และก่อให้เกิดการทวงหนี้พนันบอล มากถึงร้อยละ 68.9 นอกจากนี้ การแข่งขันฟุตบอล จะเป็นการกระตุ้นให้เยาวชน หันมาสนใจกีฬาและเล่นกีฬามากขึ้น เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และยังช่วยให้เศรษฐกิยดีขึ้นในช่วงแข่งขัน เพราะจะมีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยว การทานอาหารนอกบ้านเพิ่มขึ้น และการสังสรรค์จัดเลี้ยง และที่สำคัญค่าใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ประชาชนมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดการพนันเพิ่มขึ้น รองลงมาเกิดประสิทธิภาพการทำงาน และการเรียนลดลง รวมทั้งอุบัติเหตุจากการดื่มสุรา







