
ธนชาตซื้อ9หมื่นล้านถือหุ้นใหญ่แบงก์นครหลวงไทยวันนี้
โพสต์ทูเดย์
— ทุนธนชาตเซ็นสัญญาซื้อ “นครหลวงไทย” กับกองทุนฟื้นฟูฯ วันนี้ หนีม็อบป่วน พบชื่อ “บรรณพจน์” โผล่ผู้ถือหุ้นใหญ่ธนชาตแหล่งข่าวจากบริษัท ทุนธนชาต (TCAP) เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จะเซ็นสัญญาขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดในธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) 47.58% หรือประมาณ 1,005 ล้านหุ้น ให้กับบริษัท ทุนธนชาต ในวันที่ 11 มี.ค. โดยไม่มีการเลื่อนกำหนดการออกไป เพื่อป้องกันปัญหาหากเกิดความวุ่นวายในประเทศ จึงต้องรีบดำเนินการให้เสร็จสิ้น
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หลังการเซ็นสัญญาซื้อหุ้นจากธนาคารนครหลวงไทยทั้งหมด จะต้องมีการตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายย่อย (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกฎของตลาดหลักทรัพย์ เพราะบริษัทจะกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทันที
“
ตลอดวันที่ 10 มี.ค. ธนาคารเตรียมพร้อมเรื่องเอกสารแล้ว และยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการเซ็นสัญญาจะเกิดขึ้นตามที่กำหนดไว้คือวันที่ 11 มี.ค.” แหล่งข่าวเปิดเผยสำหรับราคาที่บริษัท ทุนธนชาต จะซื้อหุ้นจากกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ 32.50 บาทต่อหุ้น โดยจะต้องใช้เงินทั้งหมด 3.26 หมื่นล้านบาท ส่วนการเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้นที่เหลือประมาณ 2,000 ล้านหุ้น หากผู้ถือหุ้นขายทั้งหมดธนาคารจะต้องใช้เงิน 6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นธนาคารอาจต้องเตรียมเงินไว้ซื้อหุ้นกว่า 9 หมื่นล้านบาท
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ เปิดเผยว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับผู้ประมูลซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทยในทุกประเด็นแล้ว และธปท.ได้จัดส่งร่างเงื่อนไขสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบถ้อยคำและรายละเอียด หลังจากนี้จะมีการเซ็นสัญญา ถือว่าจบแล้ว ขณะที่เงินปันผลธนชาตจะได้รับอยู่ที่ 7090 สตางค์ต่อหุ้น ซึ่งจะต้องจ่ายเงินก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นแบงก์นครหลวงไทย ประมาณกลางเดือนเม.ย.นี้
ก่อนหน้านี้ นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ยอมรับว่า จะเซ็นสัญญาได้ภายในเดือน มี.ค. 2553 ก่อนที่จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในเดือน เม.ย.นี้
การเข้าซื้อธนาคารนครหลวงไทยดังกล่าวจะทำให้ธนาคารธนชาตสามารถขึ้นเป็นยูนิเวอร์แซลแบงก์ ขณะที่ขนาดสินทรัพย์ของนครหลวงไทยมีอยู่ 4.1 แสนล้านบาท และธนชาตมี 3.8 แสนล้านบาท เท่ากับว่าเมื่อรวมกันแล้วจะทำให้ธนาคารมีขนาดสินทรัพย์ 8 แสนล้านบาท ขึ้นมาเป็นธนาคารอันดับ 5 ของประเทศ มีสัดส่วนทางการตลาดอยู่ที่ 10% โดยจะส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น มีสาขาอยู่กว่า 600 แห่ง
ปัจจุบันบริษัท ทุนธนชาต มีหุ้นในธนาคารนครหลวงไทยมากเป็นอันดับ 4 อยู่ที่ประมาณ 105 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 4.97% และถือในนามบริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท อีกประมาณ 65 ล้านหุ้น หรือ 3.06% และบริษัท เอ็ม บี เค ถืออีกประมาณ 27 ล้านหุ้น หรือ 1.29%
ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ทุนธนชาต อันดับแรก ได้แก่ บริษัท เอ็ม บี เค ประมาณ 130 ล้านหุ้น หรือ 9.75% บริษัท คอมลิงค์ ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 จำนวน 102 ล้านหุ้น หรือ 7.62%
สำหรับนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 จำนวน 57 ล้านหุ้น หรือ 4.28%
แหล่งข่าวจากธนาคารนครหลวงไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้คือเก้าอี้ของนายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ รวมทั้งการที่กลุ่มธนชาตมีความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลัก ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยจะเน้นสินเชื่อการค้า ธุรกิจ และรายย่อย อาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว







