posttoday
ไฟแนนซ์ทูเดย์

ไฟแนนซ์ทูเดย์

11 มีนาคม 2553

.....ทีมข่าวการเงิน

...l...สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษที่ธนาคารกรุงเทพเรื่อง “การส่งผ่านวิสาหกิจครอบครัวรุ่นสู่รุ่น ในระบบเศรษฐกิจไทย” โดยบอกว่า รัฐบาลต้องกระตุ้นความเป็นผู้ประกอบการไปยังชนบท ไม่ใช่ทำเฉพาะเขตเมือง เพื่อลดการกระจุกตัว และทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง กลุ่มสหกรณ์ในเกาหลีใต้เข้มแข็งมาก ส่วนไทยมีสมาชิกสหกรณ์เป็นล้านคนแต่เต็มไปด้วยความอ่อนแอ

...l...สมคิด เตือนว่า ประเทศไทยกำลังล้าหลัง เพราะระบบการศึกษาที่ตามโลกไม่ทัน ทั้งวิชาการรูปแบบการสอน และหลักสูตร ส่วนการศึกษาค้นคว้าวิจัยก็น้อยมาก ขณะที่หลายประเทศก้าวสู่เศรษฐกิจที่ใช้นวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้

“งานค้นคว้าและวิจัยเหมือนไข่ตก มีไข่ตกเต็มไปหมด แต่ไม่มีค่า ถ้าไม่มีผู้ประกอบการเป็นคนมาเลือกสรรแล้วเก็บไปพัฒนาต่อยอด ถ้าไทยมีเถ้าแก่ ก็เหมือนมีเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่จีนก้าวเป็นอันดับ 2 ด้านเศรษฐกิจโลกได้ เพราะคนจีนมีเลือดผู้ประกอบการ และรัฐบาลทุ่มทุนด้านการศึกษา”อดีตรองนายกรัฐมนตระบุ

ล้วนแต่ทุ่มทุนด้านค้นคว้าและวิจัย สร้างสถาบัน จ้างนักวิจัย ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาไอที ผ่อนปรนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค อดีตรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สังคมไทยต้องปรับระบบรากเหง้าความคิด เลิกฝังหัวเด็กว่าเติบโตต้องรับราชการและทำงานกินเงินเดือนเท่านั้นถึงจะก้าวหน้า แต่ต้องกระตุ้นให้คนอยากเป็นผู้ประกอบการ โลกวันนี้ มีอินเตอร์เน็ตการสื่อสารรวดเร็ว เด็กอายุ 20 ปีรวมกลุ่มกันก็ไปค้าขายแข่งในโลกได้

...l...โหรเศรษฐกิจรุ่นใหญ่อย่าง โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ ประเมินว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะเติบโตได้ 3% โดยครึ่งแรกของปีจะเติบโตได้มากกว่า 3% เพราะได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น แต่ครึ่งหลังยังมองไม่ออก เพราะฐานของช่วงเดียวกันปีที่แล้วค่อนข้างสูง แต่ทั้งปีเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้อยู่

*** ส่วนการเมืองมีผลต่อเศรษฐกิจแน่นอน แต่ต้องมองแยกเป็นเรื่องๆ การเมืองเรื่องการชุมนุมประท้วง ถ้าลุกลามจนเกิดความรุนแรงจะก่อความเสียหายต่อเศรษฐกิจ แต่ถ้าไม่เกิดความรุนแรงก็ไม่เป็นอะไร ส่วนการเมืองที่มีผลต่อปัญหามาบตาพุด ทำให้ไม่มีคนตัดสินใจ ก็กระทบต่อการลงทุนความเชื่อมั่น โอ้โห...มองขาด

** ย้อนกลับมาที่การปล่อยสินเชื่อ โฆสิต บอกว่า ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% ไม่มีการปรับเป้าหมายลง โดยสินเชื่อของเดือน ม.ค. ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนปัญหาภัยแล้งไม่มีผลกระทบกับลูกค้าธนาคาร เพราะลูกค้าเกษตรก้าวหน้า มีระบบบริหารจัดการที่ดี รับมือได้

...l...ด้าน กุลิศ สมบัติศิริ รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า การนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจประจำเดือน ก.พ. 2553 มีจำนวน 7,223 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้จำนวน 5,056 ล้านบาท สูงกว่าที่ประมาณการ 2,167 ล้านบาท ส่วนช่วง 5 เดือนของปีงบประมาณ 2553 มีจำนวน 3.24 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ประมาณการไว้จำนวน 1,798 ล้านบาท** ทั้งนี้เชื่อว่าในปีงบประมาณ 2553 รัฐวิสาหกิจจะสามารถนำส่งรายได้ให้รัฐได้ตามเป้าหมาย

สำหรับรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้เดือน ก.พ. 2553 ได้แก่ โรงงานยาสูบ (รยส.) จำนวน 1,853 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ 733 ล้านบาท เนื่องจากได้นำเงินบางส่วนไปใช้ในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 1,120 ล้านบาท บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,109 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการไว้ 119 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 530 ล้านบาท บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 420 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมี การประปานครหลวง (กปน.) จำนวน 300 ล้านบาท การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จำนวน 260 ล้านบาท สำนักงานธนานุเคราะห์ จำนวน 76 ล้านบาท องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) จำนวน 5 ล้านบาท การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จำนวน 6,000 บาท จากดอกผล ของบัญชีเงินฝาก และกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า 50% คือ กองทุนรวมวายุภักษ์ จ่ายเงินปันผลงวดที่ 12 จำนวน 1,550 ล้านบาท สูงกว่าที่ประมาณการไว้ 1,100 ล้านบาท จากเป้า

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?