
ยอดใช้น้ำมันเม.ย.ปรับลดลงทุกชนิด
การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือนเม.ย.2555 ปรับตัวลดลงทุกชนิด เหตุราคาแพง ขณะที่แนวโน้มพ.ค.เพิ่มขึ้น หลังรัฐตรึงราคา
การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเดือนเม.ย.2555 ปรับตัวลดลงทุกชนิด เหตุราคาแพง ขณะที่แนวโน้มพ.ค.เพิ่มขึ้น หลังรัฐตรึงราคา
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในเดือนเม.ย. 2555 ปรับตัวลดลงทุกชนิดจากเดือนมี.ค. 2555 กลุ่มเบนซินปรับตัวลดลง 2% ในเดือนเม.ย.มีการใช้อยู่ที่ 20.3 ล้านลิตรต่อวัน ปรับลดลง 3 แสนลิตรต่อวันจากเดือนมี.ค.มีการใช้อยู่ที่ 20.6 ล้านลิตร กลุ่มดีเซลหมุนเร็วการใช้ปรับลดลง 5% จาก 59 ล้านลิตรต่อวัน เหลือ 55.9 ล้านลิตรต่อวัน การใช้ก๊าซหุงต้น (แอลพีจี) ลดลง 7% จาก 6.12 แสนตันต่อเดือน เหลือ 5.69 แสนตันต่อเดือน และการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ลดลง 7% จาก 7.8 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เหลือ 7.2 ล้านกิโลกรัมต่อวัน
ทั้งนี้ เป็นผลจากการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันแพงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากช่วงน้ำท่วม ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องประหยัดและลดการใช้จ่ายลง ขณะที่การใช้แก๊สโซฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกชนิด 2% เนื่องการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นอีก 1 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน
สำหรับการใช้แอลพีจีถือเป็นเดือนแรกที่ปริมาณการใช้ชะลอตัวลงทุกภาค โดยการใช้แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมลดลง 17.4% จาก 5.53 หมื่นตัน เหลือ 4.57 หมื่นตัน ภาคปิโตรเคมีลดลง 9% จาก2.14 แสนตัน เหลือ 1.94 แสนตัน
ภาคขนส่งลดลง 6% จาก 8.93 หมื่นตัน เหลือ 8.43 หมื่นตัน และภาคครัวเรือนลดลง 3% จาก 2.53 แสนตัน เหลือ 2.44 แสนตัน เนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวลดลง รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมหยุดยาวในช่วงสงกรานต์ ประกอบกับการขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2555 อีก 3 บาทต่อกิโลกรัม และปรับเพิ่มราคาภาคขนส่งอีก 0.75 บาทต่อกิโลกรัม ในวันที่ 16 เม.ย. 2555 ปริมาณการใช้จึงลดลง
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในเดือนพ.ค. คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นกลับมาสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะแอลพีจีที่ในเดือนเม.ย.แม้จะปรับตัวลดลง แต่เดือนพ.ค.ปริมาณการใช้น่าจะกลับขึ้นมาใกล้เคียงกับเดือนมี.ค. เพราะประชาชนยังนิยมใช้อยู่ โดยเฉพาะในภาคขนส่ง เนื่องจากระดับราคายังคงถูกว่าน้ำมัน โดยคาดว่าการใช้ในภาคขนส่งในเดือนพ.ค.จะเพิ่มขึ้นที่ 8.9 หมื่นตัน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากนโยบายการตรึงราคาออกไปอีก 3 เดือน
ขณะที่การเปิดสถานีบริการแอลพีจียังเพิ่มขึ้นทุกเดือน โดยในเดือนเม.ย.มีจำนวน 1,054 สถานี เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค.ที่มี 1,051 สถานี และเดือนพ.ค. แนวโน้มยังมีคนเข้ามายื่นขอใบอนุญาตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านการนำเข้าเชื้อเพลิงในเดือนเม.ย. มีการนำเข้าน้ำมันดิบ 8.96 แสนบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากเดือนมี.ค. 6.5% ที่นำเข้า 9.57 แสนบาร์เรลต่อวัน การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเดือนเม.ย. ปริมาณ 8.9 หมื่นบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 20.2% จาก 7.4 หมื่นบาร์เรลต่อวัน การนำเข้าแอลพีจี 1.84 แสนตัน เพิ่มขึ้น 11% จาก 1.66 แสนตัน โดยแอลพีจีรัฐต้องจ่ายเงินชดเชยไปทั้งสิ้น 4,670 ล้านบาท







