
เตรียมจัดระเบียบ7,000วิทยุชุมชน
กสทช.ออกหลักเกณฑ์จัดระเบียบวิทยุ 7,000 แห่งทั่วประเทศ คาดประกาศในราชกิจจานุเบกษาเดือน ส.ค.นี้
กสทช.ออกหลักเกณฑ์จัดระเบียบวิทยุ 7,000 แห่งทั่วประเทศ คาดประกาศในราชกิจจานุเบกษาเดือน ส.ค.นี้
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสท.เห็นชอบผ่านร่างประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง เพื่อจัดระเบียบวิทยุกระจายเสียงของประเทศไทยเข้าเตรียมความพร้อมสู่การออกใบอนุญาต หรือไลเซนส์ กิจการกระจายเสียง
ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวได้นำกลุ่มวิทยุชุมชนที่ได้รับไลเซนส์ทดลองออกอากาศชั่วคราวก่อนหน้านี้รวม 7,000 แห่งเข้าสู่หลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยแบ่งการทดลองการประกอบกิจการออกเป็น 3 ประเภท คือ บริการสาธารณะ บริการชุมชนและบริการทางธุรกิจ โดยจะนำร่างดังกล่าวเข้าสู่การรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือประชาพิจารณ์ ในเดือน ก.ค. และจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เดือน ส.ค.
สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับการทดลองจะมีระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ซึ่งเป็นไปตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ต้องมีหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับการดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่กระบวนการออกไลเซนส์และประมูลไลเซนส์สำหรับบริการทางธุรกิจ ส่วนผู้ประกอบการภายใต้สัมปทานเดิม 500 ราย ไม่เข้าข่ายหลักเกณฑ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกำหนดให้ต้องขออนุญาตนำเข้ากล่องรับสัญญาณ หรือ เซ็ท ท็อป บอกซ์ ซึ่งครอบคลุมเฉพาะผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี โดยไม่รวมถึงผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.เป็นต้นไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จะจำหน่ายเซ็ท ท็อป บอกซ์ ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก กสทช. เช่น จีเอ็มเอ็ม แซต ทรู วิชั่นส์ พีเอสไอ ดีทีวี เป็นต้น
สามารถ คอร์ปอเรชั่น
ทั้งนี้ บอร์ดจะเร่งประกาศรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน หรือโรดแมป ในการประมูลไลเซนส์ระบบทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินอย่างเป็นทางการ 4 รูปแบบ คือ ใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงข่าย ใบอนุญาตผู้ใช้คลื่นความถี่หรือผู้ให้บริการช่องรายการ และใบอนุญาตบริการเสริมบนโครงข่าย
สำหรับใบอนุญาตผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทีวีดิจิตอลอาจมี 1-2 ราย ผู้ให้บริการโครงข่าย 23 ราย ส่วนใบอนุญาตผู้ใช้คลื่นความถี่ 40-50 คาดออกใบอนุญาตได้ปลายปีนี้ และเริ่มให้บริการได้ในต้นปี 2556รวมทั้งจะนำคลื่นความถี่ในระบบยูเอชเอฟ ที่มีอยู่มาประมูล โดยไลเซ่นส์ 1 ใบจะใช้คลื่นความถี่กว่า 100 เมกะเฮิร์ตซ และยังต้องมีคลื่นบางส่วนที่สามารถใช้ร่วมกันได้ ซึ่งกสทช.จะต้องพิจารณารายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะบางช่องอาจต้องประมูลร่วมกัน รวมถึงการกำหนดด้วยว่าผู้ประกอบการ 1 รายสามารถมีคลื่นความถี่ในครอบครองได้เท่าไร







