
จี้รัฐสร้างอุโมงค์สาธารณูปโภค
วสท.เร่งรัฐบาลสร้างระบบอุโมงค์สาธารณูปโภคใต้ดิน รับคนย้ายถิ่นเข้า กทม.แผ่นดินทรุดตัว ชี้ประเทศพัฒนาแล้วใช้เทคโนโลยีนี้ถ้วนหน้า
วสท.เร่งรัฐบาลสร้างระบบอุโมงค์สาธารณูปโภคใต้ดิน รับคนย้ายถิ่นเข้า กทม.แผ่นดินทรุดตัว ชี้ประเทศพัฒนาแล้วใช้เทคโนโลยีนี้ถ้วนหน้า
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมการงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ (TUTG) ภายใต้วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ได้เร่งผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญกับการนำระบบอุโมงค์สาธารณูปโภคใต้ดิน
ทั้งนี้ เนื่องจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นเมืองหลวงที่มีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยมากถึง 50% และในอนาคตจะเข้ามาอยู่มากถึง 7080% จึงจำเป็นที่จะต้องมีการวางระบบสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้า ประปา เคเบิลการสื่อสาร รถไฟฟ้า รวมไปถึงระบบน้ำเสียและการระบายน้ำใต้ดินอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในเมือง
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ให้ความสำคัญกับการผลักดันการพัฒนาระบบดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยการพัฒนาระบบอุโมงค์จะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของคน หากไม่ต้องการเห็นปัญหาเมืองหลวงเกิดขึ้นซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมา
“ต้องประสานงานกันเพื่อก่อ สร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 10-12 เมตร อยู่ลึกจากชั้นต่ำดินไม่ต่ำกว่า 10 เมตร เพื่อวางระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาขุดซ้ำซ้อน ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ และแผ่นดินทรุดตัวที่จะเกิดตามมา” นายสุชัชวีร์ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทม.เป็นเช่นเดียวกับหลายเมืองในเอเชียที่ประสบปัญหาความแออัดของสิ่งปลูกสร้าง จราจรติดขัดและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม การใช้นวัตกรรมพื้นที่ใต้ดินและอุโมงค์เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและใช้ประโยชน์สูงสุด โดยประเทศในเอเชียหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย รวมไปถึงจีน ได้นำระบบก่อสร้างดังกล่าวมาใช้มากขึ้น
ขณะเดียวกันจำเป็นต้องผลักดันความรู้ด้านก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน ให้ประชาชนได้รับทราบถึงผลดีที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว โดยล่าสุดได้จัดงานประ ชุมอุโมงค์โลก 2012 เพื่อแสดงนวัตกรรมงานก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ ตั้งแต่วันที่ 18-24 พ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี 65 ประเทศสมาชิกเข้าร่วม คาดมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1,200 คน







