
บตท.ผนึกเคเคกู้บ้านดอกคงที่ยาว7ปี5.99%
บตท.จับมือเกียรตินาคิน ปล่อยสินค้าบ้านคงที่ 7 ปี ดอกเบี้ย 5.99% ตั้งเป้าหมายสินเชื่อ 500 ล้าน พร้อมเล็งซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้าน ธนาคารเล็กบริษัทประกันชีวิต อีกประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท
บตท.จับมือเกียรตินาคิน ปล่อยสินค้าบ้านคงที่ 7 ปี ดอกเบี้ย 5.99% ตั้งเป้าหมายสินเชื่อ 500 ล้าน พร้อมเล็งซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้าน ธนาคารเล็กบริษัทประกันชีวิต อีกประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท
นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า บรรษัทตลาดรองสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ได้ร่วมมือกับธนาคารเกียรตินาคิน (เคเค) ออกผลิตภัณฑ์ การเงินสินเชื่อกู้บ้านอัตราดอกเบี้ยคงที่ 7 ปีซึ่งเป็นระยะยาวที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์ โดยในช่วง 1-3 เดือนแรก จะคิดดอกเบี้ย 2.99% เดือนที่ 4-6 คิดอัตราดอกเบี้ย 3.99% เดือนที่ 7-12 คิดดอกเบี้ย 4.99% ปีที่ 2 ดอกเบี้ย 4.99% และปี 3-7 อัตราดอกเบี้ย 5.99% หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดีรายใหญ่ (เอ็มแอลอาร์) ลบ 1.635%
เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงเดือน ก.ค.นี้เท่านั้น โดยตั้งเป้าหมายรับซื้อสินเชื่อ 500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งจะออกแคมเปญดอกเบี้ย 0% ในช่วงแรก หรือนโยบายบ้านหลังแรกของรัฐที่ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 3 ปีแรก ไม่กระทบ เพราะเป็นลูกค้าคนละกลุ่มเป้าหมาย โดย บตท.จะเป็นลูกค้าที่ผ่อนบ้านมาสักระยะหนึ่งและต้องการที่จะรีไฟแนนซ์ และต้องการที่จะปิดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ บตท.มีแผนที่จะเจรจาของซื้อพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กและบริษัทประกันชีวิตอีก 2-3 แห่ง รวมวงเงินสินเชื่อประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อนำมาบริหารต่อ ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วนี้
“ธนาคารขนาดเล็กและบริษัทประกันชีวิตที่จะขายพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากต้องการที่จะลดภาระและหากมีส่วนต่างกำไรบ้างเล็กน้อยก็ขายพอร์ตออกมาให้ บตท. ก็จะทำให้มีกำไรและไม่ต้องตั้งสำรอง รวมทั้งมีเงินทุนก้อนใหม่ไปหมุนเวียนทำธุรกิจ” นางพรนิภา กล่าว
ขณะเดียวกัน บตท.ก็จะร่วมมือกับบริษัท บริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) เข้าไปประมูลซื้อพอร์ตสินเชื่อบ้าน เนื่องจากมีสถาบันการเงินบางแห่งที่ต้องการขายพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งก้อน ซึ่งเป็นทั้งลูกหนี้ดีและลูกหนี้เสีย โดยบัญชีลูกหนี้ดี บตท.จะรับมาบริหารต่อส่วนลูกหนี้เสียก็จะให้เอเอ็มซีไปบริหารต่อไป
ก่อนหน้านี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้ง ธอส. ธนาคารออมสิน บตท. ไปหารือร่วมกันว่า จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพอิสระสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้โดยการผ่อนชำระ แม้ว่าจะไม่มีสลิปเงินเดือนมาเป็นหลักฐานทางการเงินก็ตาม
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ได้กำชับให้หาแนวทางที่เป็นไปได้ที่จะทำให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเหล่านี้ สามารถผ่อนบ้านได้โดยไม่ต้องเช่า เช่น อาจปรับปรุงเงื่อนไขให้ดาวน์เป็นจำนวนมากได้ หรือผ่อนค่างวดได้มากขึ้น เป็นต้น
“คนที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ขายก๋วยเตี๋ยว บางคนอาจร่ำรวย หรือมีเงินได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือนด้วยซ้ำ แต่ไม่สามารถผ่อนบ้านได้ เพราะไม่มีสลิปเงินเดือนมาเป็นหลักฐานในการผ่อนชำระ ขณะที่คนที่มีสลิปเงินเดือนแต่ปรากฏว่ามีปัญหาเรื่องของการผ่อน ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญแล้วเข้ามาหาแนวทาง ว่าจะอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันยังแตกต่างจากโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีอยู่แล้ว เพราะรัฐไม่ได้สร้างบ้านในราคาถูกให้” นายกิตติรัตน์ ให้นโยบาย







