
จ่อดันโปรดักต์แชมเปียนตัว3
งานผอ.สถาบันยานยนต์คนใหม่ ถึงคิวหนุนรถพลังงานทดแทน
งานผอ.สถาบันยานยนต์คนใหม่ ถึงคิวหนุนรถพลังงานทดแทน
ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์คนใหม่ รับไม้ต่อเร่งดันแผนแม่บทอุตฯ ยานยนต์ปี 2555-2559 ให้เสร็จภายใน 3 เดือน
นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ภารกิจหลักที่สำคัญเรื่องแรกที่ต้องเร่งดำเนินการหลังจากเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ คือ การจัดทำแผนแม่บทพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2555-2559 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หลังจากที่ได้เลื่อนการจัดทำมาจากเดิมที่ต้องจัดทำให้เสร็จภายในเดือน ก.พ. 2555
ทั้งนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยจุดเด่นของแผนฉบับนี้คือเรื่องการควบคุมมลพิษ เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อจากนี้สอดคล้องกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง
อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดประชุมซีอีโอฟอรัมของกลุ่มค่ายรถยนต์ทุกค่ายในเดือน ก.ค. เพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำแผนแม่บท ซึ่งการประชุมดังกล่าวได้เลื่อนมาจากเดือน ก.พ. เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ยังต้องการเวลาฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมในเมืองไทยก่อน
“ในแผนแม่บทฉบับนี้จะมีการผลักดันโปรดักต์ แชมเปียน ตัวที่ 3 หลังจากแผนแม่บท 2 ฉบับที่ผ่านมาสามารถผลักดันรถกระบะ และรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) สำเร็จ สำหรับตัวที่ 3 เบื้องต้นจะเน้นรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และต้องเกี่ยวข้องกับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่รัฐบาลกำลังจัดทำรายละเอียด วางเป้าหมายบังคับใช้ในปีนี้” นายปฏิมา กล่าว
นอกจากนี้ จะเร่งพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ เพราะปัจจุบันจากการศึกษาข้อมูลล่าสุดพบว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยยังขาดแคลนแรงงานประมาณ 1 แสนราย จากแรงงานทั้งระบบที่มีอยู่ 5 แสนราย โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะสูง เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ดังนั้นแนวทางหนึ่งที่จะเพิ่มบุคลากรกลุ่มดังกล่าว สถาบันจะประสานกับมหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิศวกรรมเครื่องกลมากขึ้น เพราะจะมีแรงงานที่ต้องการแน่นอน
สำหรับแผนระยะยาวสถาบันจะขยายงานที่ดูแลให้ครอบคลุมถึงยานยนต์ประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น เครื่องบิน เรือ รถไฟ รถไฟฟ้า โดยสถาบันจะไม่เน้นที่ฐานการผลิตหลัก แต่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ผลิตชิ้นส่วนต่อเนื่อง อาทิ เข็มขัดนิรภัย เบาะนั่ง เป็นต้น ให้สามารถขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น โดยนำชิ้นส่วนไปเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ไม่ยาก เพราะโดยพื้นฐานแล้วยานยนต์ประเภทต่างๆ มีชิ้นส่วนที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะเครื่องยนต์







